posttoday
คนไม่มีไฟ

คนไม่มีไฟ

28 กุมภาพันธ์ 2557

ถ้าจับ “คนไม่มีไฟ” ใส่ในบริบทของการทำงาน องค์กรก็คงจะห่อเหี่ยว หัวหน้างานต้องเร่งหาวิธีชาร์จไฟให้พนักงานกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ถ้าจับ “คนไม่มีไฟ” ใส่ในบริบทของการทำงาน องค์กรก็คงจะห่อเหี่ยว หัวหน้างานต้องเร่งหาวิธีชาร์จไฟให้พนักงานกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

แต่เมื่อ “คนไม่มีไฟ” หมายถึง ภาวะขาดแคลนไฟฟ้าที่เกิดขึ้นกับคนฟิลิปปินส์ ก็ย่อมทำให้ทั้งประชาชน ภาครัฐ รวมถึงภาคธุรกิจ พลอยเหนื่อยใจกันไปหมด

เพราะปัญหานี้ไม่เพียงกระทบต่อวิถีชีวิตของคนฟิลิปปินส์ แต่หากไม่เร่งแก้ไขก็อาจฉุดลากเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต มนต์เสน่ห์ด้านแรงงานทักษะสูง และพัฒนาการเรื่องธรรมาภิบาล ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยดึงดูดบรรดาบริษัทข้ามชาติ

วอลสตรีท เจอร์นัล ระบุว่า ทุกวันนี้ไฟฟ้ากลายเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของภาคธุรกิจ ไม่เพียงแต่ปริมาณการผลิตที่ ไม่เพียงพอรองรับความต้องการของทั้งภาคธุรกิจและประชาชน หากยังรวมถึงค่าไฟฟ้าที่ค่อนข้างสูง โดยมีราคาอยู่ที่กว่า 22 เซนต์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ถือว่าแพงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน

ขณะที่ค่าไฟในไทยอยู่ที่กว่า 10 เซนต์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ค่าไฟในแดนตากาล็อกสูงกว่าเพื่อนบ้าน เพราะรัฐบาลไม่มีเงินกองทุนด้านนี้ และฟิลิปปินส์ก็เป็นประเทศเดียวที่ไม่ได้มีนโยบายอุดหนุนบริษัทไฟฟ้า ไม่ว่าจะการจ่ายเงินช่วยเหลือหรือลดค่าเชื้อเพลิง

นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังมีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย และมาเลเซีย

ตอนนี้บริษัทจากเกาหลีใต้เริ่มออกมาสะท้อนปัญหาเรื่องนี้ เพราะทั้งที่สนใจจะเข้าไปลงทุนในฟิลิปปินส์ แต่สถานการณ์ไฟฟ้าไม่เพียงพอถือเป็นความเสี่ยงในการทำธุรกิจ รวมถึงบริษัทต่างชาติอื่นๆ ก็มองปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์มีระบบสายส่งไฟฟ้าแยกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกอยู่ในเกาะลูซอนทางตอนเหนือของประเทศ ส่วนที่ 2 อยู่ในเขตวิซายาทางตอนกลาง และส่วนที่ 3 อยู่ในมินดาเนาทางตอนใต้

ประเมินกันว่า ความสามารถในการจัดส่งกระแสไฟฟ้าของสายส่งในมินดาเนาน่าจะแตะจุดสูงสุดภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ส่วนสายส่งอีก 2 แห่งก็ใกล้ถึงจุดดังกล่าวเช่นกัน

จึงไม่น่าแปลกใจที่ประชาชนในมินดาเนาที่มีอยู่เกือบ 22 ล้านคน ต้องอดทนกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และต้องทำใจรับกับภาวะคนไม่มีไฟไปอีกอย่างน้อยถึงปี 2558 กว่าจะเพิ่มความสามารถในการส่งไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น

ขณะที่สถานการณ์ในกรุงมะนิลาที่ใช้สายส่งเดียวกับเขตลูซอน ก็มีปัญหาไม่น้อยหน้า เพราะมีความพยายามปรับขึ้นค่าไฟฟ้า โดยอ้างเหตุผลเรื่องต้นทุนการบำรุงรักษาที่สูงขึ้น ก็ทำให้ผู้คนลุกขึ้นมาประท้วงเป็นระลอก และร้องให้ศาลคุ้มครอง เนื่องจากบริษัทผูกขาดระบบสายส่งทำให้กระทบต่อผู้บริโภค

รัฐบาลฟิลิปปินส์เองก็ตระหนักดีว่า มีภาระต้องเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีกราวปีละ 1,000 เมกะวัตต์ ตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงปี 2573 เพื่อให้สามารถเอาชนะปัญหาวิกฤตไฟฟ้าได้ รวมทั้งต้องเอาจริงเอาจังกับการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น

ไม่เช่นนั้นแล้ว ผลกระทบอาจไม่ได้ตกกับพลเมืองฟิลิปปินส์ 97 ล้านคน แต่ยังจะส่งผลถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2556 เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่ไหลเข้าฟิลิปปินส์อยู่ที่ 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ก็ยังน้อยกว่าไทยที่ 1.61 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และมาเลเซีย 1.17 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่อินโดนีเซียก็ยังมีแต้มต่อมากกว่า ทั้งที่ประสบภาวะขาดแคลนไฟฟ้าเช่นกัน แต่ค่าไฟในแดนอิเหนาราคาถูกกว่า

และเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้เม็ดเงินเอฟดีไอแดนอิเหนาอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท