
หนุนวัดทักษะคนท่องเที่ยว
ยกระดับมาตรฐานตอบโจทย์ตลาดแรงงานตั้งเป้าปีนี้ดึงเข้าทดสอบ3หมื่นราย
ยกระดับมาตรฐานตอบโจทย์ตลาดแรงงานตั้งเป้าปีนี้ดึงเข้าทดสอบ3หมื่นราย
สภาอุตฯ ท่องเที่ยว หวังปีนี้ได้ 3 หมื่นคนเข้าสอบทักษะท่องเที่ยวรับเออีซี หลังขาดคนหลายแสน
นายรุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ รองประธานฝ่ายวิชาการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า จากข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ด้านการท่องเที่ยวที่ระบุให้มีการเคลื่อนย้ายบุคลากรด้านการท่องเที่ยว 32 ตำแหน่ง มีมาตรฐานตามต้องการ 242 สมรรถนะ ในปีนี้สภาจึงจะร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เพื่อให้บุคลากรในวิชาชีพตระหนักถึงความสำคัญของการทดสอบให้ได้สมรรถนะดังกล่าว และเข้ารับการทดสอบสมรรถนะ
“โรงแรมไทยเรามาตรฐานติดระดับโลก แต่คนที่ได้มาตรฐานจริงๆ เรายังขาดเป็นหลักแสนคน คนที่จบออกมาก็ยัง มีทักษะไม่ตรงตามความต้องการของ ผู้ประกอบการ หากปีนี้มีผู้เข้าทดสอบผ่านอย่างน้อยสัก 3 หมื่นคน น่าจะช่วยบรรเทาปัญหาลงได้” นายรุ่งโรจน์ กล่าว
ที่ผ่านมา คนไทยไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องมาตรฐานมากนัก แม้กระทั่งแรงงานที่ทำงานอยู่ในวิชาชีพ ณ ปัจจุบันก็ไม่ได้สนใจอย่างจริงจัง เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาตั้งแต่ค่านิยมของผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกหลานเรียนสูงๆ ถึงปริญญาโทปริญญาเอก เพื่อจบการศึกษาไปจะได้เป็นนายจ้างคนอื่น แต่ผู้ปกครองไม่ได้ปลูกฝังให้เด็กใส่ใจเรื่องทักษะฝีมือควบคู่กับเรื่องความรู้ไปด้วย
ทั้งนี้ การหันมาใส่ใจเรื่องมาตรฐาน เข้ามาร่วมทดสอบสมรรถนะ จะทำให้แรงงานกลายเป็นคนที่มีคุณภาพมาตรฐาน พร้อมทั้งมีโอกาสมากขึ้น สามารถไปทำงานในอาเซียนได้ด้วย
สำหรับสมรรถนะดังกล่าว ถูกกำหนดให้ใช้ร่วมกันในอาเซียน แบ่งระดับสมรรถนะออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับคุณวุฒิ 13 ระดับอนุปริญญา (Diploma) และระดับอนุปริญญาขั้นสูง (Advance Diploma) ใช้กับทั้ง 32 สาขาอาชีพ โดยการทดสอบจะใช้สถานประกอบการของสมาชิก สทท.และสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) มีผู้ประเมินคือสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพและสำนักทดสอบมาตรฐานอาชีพ
นายรุ่งโรจน์ กล่าวอีกว่า ปัญหาหลักอย่างหนึ่งในการส่งเสริมแรงงานให้เข้ามาทดสอบ คือ ขาดแคลนงบประมาณ ทางสภามีงบประมาณไม่มากนักสำหรับการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนัก อีกทั้งอำนาจในการดูแลเอ็มอาร์เอด้านท่องเที่ยวยังแตกต่างจากเอ็มอาร์เอของกลุ่มอื่น เช่น กลุ่มแพทย์ แพทยสภามีอำนาจตรงในการวางมาตรฐานและออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้แก่ทั้งคนไทยและคนอาเซียน ขณะที่สภาท่องเที่ยวไม่มีอำนาจดังกล่าว







