
นโยบายการเงิน การคลัง
โนฮาว : สวัสดีครับ
โนฮาว : สวัสดีครับ
ปูกะตอย : สวัสดีจ้า
โนฮาว : ช่วงนี้พอร์ตลงทุนเป็นยังงัย
ปูกะตอย : เรื่อยๆ จ้า รอประกาศจ่ายเงินปันผลอยู่เนี่ย
โนฮาว : ลุ้นอ่ะดิ คิดว่าคงจ่ายกันเยอะพอสมควรนะ
ปูกะตอย : หวังว่าน่ะ เอ้อ จะถามหน่อย พอดีช่วงนี้มีคนพูดกันถึงนโยบายการเงิน การคลังกันมาก พอจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ได้มั้ยอ่ะ
โนฮาว : ได้สิ เรื่องกล้วยๆ เริ่มที่นโยบายเงินก็แล้วกัน เป็นนโยบายที่สร้างผลกระทบต่อพฤติกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างฉับพลัน เพราะจะเกี่ยวกับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและปริมาณเงินที่หมุนในระบบ โดยมีแบงก์ชาติเป็นผู้ดูแล
ปูกะตอย : ถ้าแบงก์ชาติกำหนดดอกเบี้ยสูงๆ ล่ะ
โนฮาว : หากแบงก์ชาติใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยสูง จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว เพราะคนชะลอการบริโภคและหันมาเก็บออมเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีรายได้จากดอกเบี้ยมากขึ้น ส่วนผู้ประกอบการ หรือเราๆ ก็จะเสียดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น ทำให้การผลิตรวมถึงการจับจ่ายใช้สอยหดตัวลง
ปูกะตอย : ถ้ากำหนดดอกเบี้ยต่ำล่ะ
โนฮาว : ถ้าแบงก์ชาติใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ เศรษฐกิจจะขยายตัวมากขึ้น เป็นการส่งเสริมให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย และผู้ประกอบการก็จะผลิตเพิ่มขึ้น
ปูกะตอย : นโยบายการคลังล่ะ
โนฮาว : เป็นนโยบายเกี่ยวกับรายรับและรายจ่ายของภาครัฐ รวมถึงการจัดการส่วนที่เกินดุลหรือการหาเงินชดเชยส่วนที่ขาดดุล นโยบายด้านรายรับ อย่างเช่น นโยบายเกี่ยวกับภาษี รายรับอื่นที่ไม่ใช่ภาษี ส่วนนโยบายด้านการใช้จ่าย อย่างเช่น การจัดสรรงบประมาณภาครัฐ
ปูกะตอย : อ้อ
โนฮาว : ถ้ารัฐบาลต้องการชะลอการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็คือ ลดการจับจ่ายใช้สอยลง หรือลดการผลิตลง ทำได้โดยการขึ้นภาษีให้สูงขึ้น หรือ ลดการใช้จ่ายของภาครัฐลง แต่ถ้าต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็อาจจะเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น โครงสร้าง 2 ล้านล้านบาท
ปูกะตอย : ดูเหมือนนโยบายการคลัง ไม่ค่อยกระทบพวกเรานะ
โนฮาว : นโยบายการคลังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรงเลยล่ะ แต่คนอย่างเราจะรู้สึกว่ากระทบช้า เพราะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เลยทำให้เห็นว่ารัฐบาลจะใช้ก็ต่อเมื่ออยากให้เกิดผลในระยะยาว แต่ถ้าต้องการให้เกิดผลอย่างรวดเร็วก็ใช้นโยบายการเงิน
ปูกะตอย : อย่างนี้นี่เอง งั้นวันนี้ขอตัวก่อนนะ บาย







