
แก้ก่อนเป็นเอ็นพีแอล
ปลายปีนี้ในตลาดธุรกิจอสังหาฯ ของเรา คาดกันว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะมีมากขึ้น ธนาคารจะเข้มงวดมากขึ้น ทั้งสินเชื่อโครงการและโดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลที่เรียกกันว่า สินเชื่อระยะยาวผู้ซื้อบ้าน เพราะขณะนี้จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า หนี้สินครัวเรือนสูงขึ้นกว่า 80% ของรายได้ครัวเรือน ยิ่งถ้าคิดถึงหนี้นอกระบบ จะทำให้หนี้ครัวเรือนโดยเฉพาะในต่างจังหวัดและคนชั้นล่างในเมืองใหญ่อาจจะสูงกว่า 90% ทำให้ ธปท.เป็นห่วงมากและจะเข้มงวดลงกำชับกำกับธนาคารมากขึ้น
ปลายปีนี้ในตลาดธุรกิจอสังหาฯ ของเรา คาดกันว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะมีมากขึ้น ธนาคารจะเข้มงวดมากขึ้น ทั้งสินเชื่อโครงการและโดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลที่เรียกกันว่า สินเชื่อระยะยาวผู้ซื้อบ้าน เพราะขณะนี้จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า หนี้สินครัวเรือนสูงขึ้นกว่า 80% ของรายได้ครัวเรือน ยิ่งถ้าคิดถึงหนี้นอกระบบ จะทำให้หนี้ครัวเรือนโดยเฉพาะในต่างจังหวัดและคนชั้นล่างในเมืองใหญ่อาจจะสูงกว่า 90% ทำให้ ธปท.เป็นห่วงมากและจะเข้มงวดลงกำชับกำกับธนาคารมากขึ้น
สินเชื่อโครงการจะถูกเข้มงวด ไม่ปล่อยโครงการใหม่ โครงการเก่าก็จะให้สินเชื่อสัดส่วนน้อยลง โครงการที่ปล่อยไปแล้วก็จะสะดุดกระแสเงินสดเป็นช่วงๆ ผู้รับเหมาก็จะมีปัญหากระแสเงินสดตามมา เอ็นพีแอลก็จะเกิดเป็นโดมิโนติดต่อกันไป ท้ายสุดเอ็นพีแอลก็จะขยายกว้างขึ้นในอนาคตทั้งผู้ประกอบการ ผู้รับเหมา และผู้ซื้อ
ถ้าเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ก็จะแข็งแรงด้วยระบบการเงิน สามารถออกพันธบัตรล่วงหน้าหรือขายหุ้นกู้ มีกำลังกระแสเงินสดที่จะประคองธุรกิจผ่านช่วงวิกฤตไปได้ ผู้ประกอบการรายเล็กส่วนใหญ่ก็กู้น้อย เพราะเครดิตไม่ดีและเป็นเจ้าของที่ดินเองหรือรับเหมาเองก็จะถูกกระทบไม่มากนัก แต่ที่จะกระทบมากสุด คือ ผู้ประกอบการปานกลางที่ใช้เงินกู้มาก ก็จะถูกกระทบด้วยการบริหารเงินสดในระยะกลางแน่ๆ
วิธีแก้ ไม่ควรที่จะรอจนเกิดหนี้เสียหรือเป็นเอ็นพีแอลแล้วค่อยมาแก้ ควรเริ่มเจรจากับธนาคาร บางโครงการก็ควรจะเริ่มวางแผนและแก้เอ็นพีแอลล่วงหน้า ส่วนธนาคารเองก็ไม่ควรจะปล่อยให้เป็นเอ็นพีแอลแล้วแก้ ธปท.ควรลงมากำกับ พอเห็นสัญญาณจ่ายดอกเบี้ยช้า ขายช้า โอนช้า ก็ควรให้จัดชั้นหนี้เหมือนตอนปล่อยกู้ ให้มีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือ เริ่มทำ due diligence ก่อนล่วงหน้า และประชุมระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ จัดเป็นแผนการประนอมหนี้ก่อน ก็จะช่วยลูกหนี้ให้ปรับตัวได้ล่วงหน้า เอ็นพีแอลก็จะเกิดน้อยลง ช่วยธนาคารที่จะไม่เกิดโดมิโน
วิธีการที่บางธนาคารปฏิบัติคือ 1.ยืดระยะเวลาการกู้ออกไปก่อน 1 ปี เหมือนระบบที่รัฐบาลยอมให้ผู้รับเหมาราชการยืดระยะก่อสร้าง 3-4 เดือน ทุกครั้งที่มีวิกฤต 2.ควรจะกำหนดให้แยกเป็นเฟส จะต้องหยุดสร้าง หยุดขาย หรือยืดเวลาขาย ก็ควรจะชะลอไว้ จะต้องมาเร่งทำเฟสที่ขายแล้ว สร้างไปมากแล้ว ก็จะช่วยวางแผนกระแสเงินสดดีขึ้น และ 3.สำหรับผู้ซื้อที่ถูกปฏิเสธเครดิต ในอดีตผู้ประกอบการจะออกมาค้ำประกัน ผู้ซื้อที่เครดิตไม่ถึง หรือถ้าทิ้งผ่อนส่ง ผู้ประกอบการก็จะนำสินค้าคืนมาขายใหม่ก็ยังได้กำไร ดังนั้น ถ้าธนาคารบังคับ ค้ำประกัน อาจจะมีวิธีแก้ไข ช่วยเหลือผู้ซื้อ ช่วยกระแสเงินสด หรือจะทิ้ง ก็จะเป็น winwinwin ก็ลองดูครับ







