
เวียดนามอ่วมไร้สภาพคล่อง
รายย่อยระทมหนักลุยต่อไม่ไหวเข้าถึงเงินกู้ยากจี้แบงก์ปล่อยเครดิต
รายย่อยระทมหนักลุยต่อไม่ไหวเข้าถึงเงินกู้ยากจี้แบงก์ปล่อยเครดิต
เอสเอ็มอีเวียดนามระทม เข้าถึงสินเชื่อยาก เหตุแบงก์ระวังปล่อยกู้ หลังผลประกอบการเริ่มแย่
โธฮอยนัม รองประธานสมาคมวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กของเวียดนาม ออกโรงเรียกร้องให้บรรดาธนาคารพาณิชย์เร่งผ่อนคลายกฎการปล่อยสินเชื่อแก่รายย่อยมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบัน ภาคเอสเอ็มอี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศ ยังประสบปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ธนาคารในประเทศมีแนวโน้มปล่อยสินเชื่อลดลง หลังประสบปัญหาสภาพคล่องกระทบผลประกอบการ
ในประเด็นดังกล่าว โธฮอยนัม มองว่า ธนาคารควรผ่อนคลายข้อบังคับการปล่อยเงินกู้แก่รายย่อยให้มากขึ้น จากเดิมที่ต้องเรียกหลักประกันที่เป็นอสังหาริมทรัพย์สำหรับค้ำประกันสินเชื่อ เนื่องจากเอสเอ็มอีในประเทศส่วนใหญ่ ยังไม่มีฐานะการเงินที่มั่นคงเพียงพอที่จะมีหลักทรัพย์มาค้ำประกันสินเชื่อในการดำเนินธุรกิจได้
ขณะเดียวกัน รองประธานสมาคมเอสเอ็มอีเวียดนาม แสดงความเห็นอีกว่า ภาคธนาคาร ควรพิจารณาการปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจที่มีศักยภาพการขยายตัวดี โดยอ้างอิงจากแผนธุรกิจมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งกลยุทธ์การดำเนินงานและป้องกันความเสี่ยง
“ธนาคารควรกล้าเสี่ยงในการผ่อนคลายกฎการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจ หากแผนธุรกิจของเอสเอ็มอีมีแนวโน้มเติบโตได้ดี” โธฮอยนัม ระบุ
จากข้อมูลของกระทรวงการวางแผนและการลงทุนของเวียดนาม พบว่า สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อของภาคธนาคารในประเทศของเวียดนามจนถึงช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลง 1.21% เมื่อเทียบกับปี 2013 บ่งชี้ถึงแนวโน้มภาวะสินเชื่อตึงตัว ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมในที่สุด
แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อที่ลดลง เป็นผลมาจากภาคธนาคารหลายแห่ง เริ่มมีผลประกอบการที่ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องประกาศปรับลดพนักงานและปรับเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยง ผลักดันให้สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจและรายย่อย ลดน้อยลงตามไปด้วย
ยกตัวอย่างเช่น ผลประกอบการของธนาคารเอ็กซิมแบงก์ อยู่ที่ 39.22 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวลงถึง 71% เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากสัดส่วนรายได้จากการปล่อยสินเชื่อและยอดเงินฝาก ปรับตัวลดลงถึง 45% ขณะที่อัตราหนี้เสียในช่วงปลายปี 2013 ดีดตัวเพิ่มขึ้น 2% จากระดับ 1.3% เมื่อต้นปีที่แล้ว ส่งผลให้ธนาคารต้องสั่งปลดพนักงานถึง 340 คน ซึ่งนับเป็นสัดส่วนที่มากกว่าการตัดลดเมื่อ 3 ไตรมาสก่อนหน้าถึง 3 เท่า







