posttoday
หุ้นแบบไหนควรมีหากตลาดฟื้น (ตอน 2)

หุ้นแบบไหนควรมีหากตลาดฟื้น (ตอน 2)

27 กุมภาพันธ์ 2557

ตลาดหุ้นในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดที่ 1,224.62 จุด มาเป็น 1,332.37 จุด ภายในระยะเวลา 1 เดือน อาจแสดงให้เห็นถึงการที่นักลงทุนบางส่วนเริ่มเห็นว่าราคาหุ้นในปัจจุบันถูกลงจนถึงจุดที่น่าสนใจ จึงทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้เริ่มกลับเข้ามาสะสมหุ้น ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา สำหรับนักลงทุนที่คิดว่า Downside Risk ของตลาดหุ้นจะไม่แย่ไปกว่านี้แล้ว จุดนี้อาจเป็นจุดที่น่าสนใจในการเก็บหุ้นราคาถูก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจเมื่อตลาดหุ้นฟื้น

ตลาดหุ้นในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดที่ 1,224.62 จุด มาเป็น 1,332.37 จุด ภายในระยะเวลา 1 เดือน อาจแสดงให้เห็นถึงการที่นักลงทุนบางส่วนเริ่มเห็นว่าราคาหุ้นในปัจจุบันถูกลงจนถึงจุดที่น่าสนใจ จึงทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้เริ่มกลับเข้ามาสะสมหุ้น ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา สำหรับนักลงทุนที่คิดว่า Downside Risk ของตลาดหุ้นจะไม่แย่ไปกว่านี้แล้ว จุดนี้อาจเป็นจุดที่น่าสนใจในการเก็บหุ้นราคาถูก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจเมื่อตลาดหุ้นฟื้น

จากคอลัมน์ตอนที่แล้ว บลจ.แอสเซท พลัส ได้ศึกษาวิจัย ตัวแปร หรือปัจจัยที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักกล่าวอ้างหรือมี ความเชื่อว่าเป็นลักษณะของหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีเมื่อตลาดหุ้นฟื้น ได้แก่ 1.ค่าความผันผวน (Volatility) 2.ค่าเบต้า (Beta) 3.อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น (ROC) และ 4.ค่า P/E ซึ่งบริษัทได้นำเสนอ 2 ตัวแปรแรกไปแล้ว ดังนั้น ในฉบับนี้จะขอนำเสนอ 2 ตัวแปรที่เหลือ ซึ่งก็คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น และค่า P/E

ข้อมูลที่บริษัทนำมาศึกษาวิจัยแบ่งได้เป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงปี 2008 ช่วงปี 2011 และช่วงครึ่งปีหลังของปี 2013 และทำการสร้างพอร์ตจำลองเป็นจำนวน 10 พอร์ต ตามที่ได้กล่าวไปแล้วในฉบับก่อนหน้านี้ ซึ่งได้ผลสรุปจากปัจจัยที่ 3 และ 4 ดังต่อไปนี้

3.อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น (ROC) กับความเชื่อที่ว่า การซื้อหุ้นกลุ่มที่มีการปรับตัวลดลงของราคามากที่สุดจะให้ผลตอบแทนดีเมื่อตลาดฟื้น เนื่องจากหุ้นกลุ่มที่มีราคาปรับตัวลงแรงกว่ากลุ่มอื่นๆ และอาจมีราคาถูกกว่าหุ้นกลุ่มอื่นๆ ด้วย (ในการทดลองคำนวณอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น โดยใช้ข้อมูลย้อนหลัง 3 เดือน) จากผลการวิจัยสรุปว่าความคิดดังกล่าวเป็นจริง ผลการวิจัยยืนยันว่าหุ้นที่มีเปอร์เซ็นต์การปรับตัวลดลงของราคามากที่สุดเป็นหุ้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในช่วงตลาดหุ้นฟื้นตัว รูปที่ 1 แสดงถึงตัวอย่างผลตอบแทนของพอร์ตจำลองทั้ง 10 พอร์ต จากช่วงปี 2008 หลังจากตลาดหุ้นฟื้นตัว

ในรูปที่ 1 แสดงผลตอบแทนของพอร์ตจำลองซึ่งเรียงจากพอร์ตของหุ้นที่มีเปอร์เซ็นต์การปรับลดลงของราคามากที่สุดไปจนถึงพอร์ตของหุ้นที่มีเปอร์เซ็นต์การปรับลดลงของราคาน้อยที่สุด (เรียงจาก Q1, Q2, Q3 ไปจนถึง Q10) จะเห็นได้ว่าพอร์ต Q1 และ Q2 ซึ่งเป็นพอร์ตที่รวมหุ้นที่มีเปอร์เซ็นต์การปรับลดลงของราคามากที่สุดและได้ผลตอบแทนสูงสุดเมื่อเทียบกับพอร์ตอื่นๆ (ผลการทดลองสำหรับช่วงปี 2011 และปี 2013 ได้ผลลัพธ์เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับช่วงปี 2008)

4.ค่า P/E กับความเชื่อที่ว่า การซื้อหุ้นกลุ่มที่มีค่า P/E ต่ำ จะให้ผลตอบแทนดีเมื่อตลาดฟื้น เนื่องจากหุ้นกลุ่มที่มีค่า P/E ต่ำมีโอกาสที่จะเป็นหุ้นที่ Undervalue มากกว่าหุ้นกลุ่มอื่นๆ จากผลการวิจัยสรุปว่าความคิดดังกล่าวเป็นจริง ผลการวิจัยยืนยันว่าหุ้นที่มีค่า P/E ต่ำมากที่สุดเป็นหุ้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด รูปที่ 2 แสดงถึงตัวอย่างผลตอบแทนของพอร์ตจำลองจากช่วงปี 2008 หลังจากตลาดหุ้นฟื้นตัว

ในรูปที่ 2 แสดงผลตอบแทนของพอร์ตจำลองซึ่งเรียงจากพอร์ตของหุ้นที่มีค่า P/E ต่ำที่สุดไปจนถึงพอร์ตของหุ้นที่มีค่า P/E สูงที่สุด (เรียงจาก Q1, Q2, Q3 ไปจนถึง Q10) จะเห็นได้ว่าพอร์ต Q1, Q2 และ Q3 ซึ่งเป็นพอร์ตที่รวมหุ้นที่มีค่า P/E ต่ำและได้ผลตอบแทนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับพอร์ตอื่นๆ (ผลการทดลองสำหรับช่วงปี 2011 และปี 2013 ได้ผลลัพธ์เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับช่วงปี 2008)

สรุปคือ เมื่อนักลงทุนมั่นใจว่าตลาดกำลังฟื้นตัว หุ้นประเภทที่นักลงทุนควรมีไว้ในพอร์ตก็คือ หุ้นที่มีค่าเบต้าสูง หุ้นที่มีเปอร์เซ็นต์การปรับตัวลดลงของราคารุนแรงกว่าตัวอื่นๆ และหุ้นที่มีค่า P/E ต่ำ แต่ให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่ค่าความผันผวนสูง (Volatility)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท