
ประยุกต์ใช้ "กูเกิล" อย่างกูรูพาธุรกิจสู้ศึกอาเซียน
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
เว็บไซต์กูเกิลถือเป็นเว็บ “เสิร์ชเอนจิ้น” ขนาดใหญ่ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยทุกคนรู้จักเป็นเว็บไซต์แรกๆ เพียงแค่คิดว่าอยากจะค้นหาเรื่องราวอะไรก็เปิดเข้าไปค้นและคว้าคำตอบที่ต้องการ
ในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยจำนวนมากก็ใช้กูเกิลค้นหาเรื่องราวเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน โดยคำที่มีการค้นหามากที่สุด คือ “AEC” ที่ “กูเกิลเทรนด์” ให้คะแนนตลอดปี 2556 เฉลี่ยสูงถึง 62 คะแนน จาก 100 คะแนน ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียมีคะแนนการค้นคำดังกล่าวเพียง 78 คะแนนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจที่ต้องการจะค้าขายหรือเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อใช้ประโยชน์การเปิดเสรีแต่ละด้านให้คุ้มค่า การค้นหาข้อมูลพื้นฐานของประชาคมอาเซียนอย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอ จำเป็นต้องรู้ข้อมูลธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคควบคู่กันไปด้วย
พรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด กูเกิล ประเทศไทย บอกว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยจำนวนหนึ่งยังนั่งอยู่ในประเทศ แต่อยากลองตลาดในกลุ่มอาเซียน แต่ก่อนจะไปค้าขายได้จำเป็นต้องรู้ก่อนว่าธุรกิจของตัวเองเป็น “ที่นิยม” ในประเทศเป้าหมายหรือไม่ หากค้าขายแล้วมีแนวโน้มที่ลูกค้าจะค้นหาและซื้อสินค้าเพียงใด วิธีก็คือไปดูแนวโน้มในบริการกูเกิลเทรนด์
“สมมติเราทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ อยากจะไปทดลองตลาดในมาเลเซีย ก็เข้าบริการกูเกิลเทรนด์ใส่คีย์เวิร์ดลงไปสักคำ เช่น Wood Furniture สิ่งที่พบก็คือผู้บริโภคมาเลเซียสนใจค้นหาคำดังกล่าวมาก บางช่วงมียอดคำค้นสูงถึง 100 คะแนน”
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถนำประเทศอื่นๆ อีก 4 ประเทศ มาเปรียบเทียบพร้อมกันเป็นข้อมูลเบื้องต้นได้ด้วยว่า แต่ละประเทศมีคะแนนการค้นหาคีย์เวิร์ดสินค้าดังกล่าวมากหรือน้อยเพียงใด เพื่อประกอบการวิเคราะห์โอกาสธุรกิจ
ผู้ประกอบการยังสามารถเจาะลึกการค้นหาธุรกิจของตัวเองได้มากขึ้น ด้วยการนำคำ เช่น Wood Furniture ไปใส่ใน “กูเกิล ทรานสเลท” เพื่อแปลเป็นภาษาท้องถิ่น ก่อนดูความนิยมในกูเกิลเทรนด์ พร้อมกันนั้นยังใช้กูเกิล ทรานสเลท แปลภาษา หาข้อมูลเชิงลึกของประเทศนั้นผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ได้ด้วย
พรทิพย์ แนะอีกว่า การเติมคำว่า “ซื้อ” หรือ “Buy” แล้วตามด้วยสินค้าจะยิ่งสะท้อนภาพความต้องการซื้อมากขึ้น เพราะกลุ่มนี้มักเป็นกลุ่มที่ค้นคำในกูเกิลเพื่อเตรียมซื้อจริงๆ
เมื่อศึกษาเบื้องต้นจนแน่ใจแล้ว ก็น่าจะลองทำอีคอมเมิร์ซพร้อมทั้งโปรโมทสินค้าไปด้วย เช่น หากจะขายสินค้าในมาเลเซียก็เขียนหัวเว็บและคำโฆษณาเป็นภาษามาเลเซียไปเลย
“การทำธุรกิจลักษณะนี้ มีข้อดี 3 ข้อ 1.เร็ว ทำได้ไม่ยาก ไม่ต้องบินไปเอง 2.ประหยัดต้นทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับการไปตั้งร้านค้าเองในพื้นที่ 3.ลดความเสี่ยง เพราะสามารถค่อยๆ ดูตลาดได้ ตอนนี้เริ่มมีนักธุรกิจจำนวนหนึ่งเริ่มทำแล้ว หากใครขายดีก็อาจพิจารณาตั้งร้านในพื้นที่ได้”
ทั้งนี้ กูเกิล มีบริการ “กูเกิล แอดเวิร์ด” ให้ผู้ประกอบการเลือกคำคีย์เวิร์ดสำหรับค้นหาเว็บของตัวเอง หากลูกค้าค้นคำดังกล่าวก็จะเจอเว็บของผู้ประกอบการขึ้นมาเป็นเว็บแรกมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 0.30 บาทต่อคลิก สามารถจำกัดพื้นที่ในการโฆษณาได้ เช่น หากจะขายสินค้าราคาสูงในอินโดนีเซีย อาจจำกัดให้เฉพาะคนในจาการ์ตา เมืองหลวง ของอินโดนีเซียเท่านั้นที่มองเห็นโฆษณา
พรทิพย์ แนะนำเคล็ดการทำอีคอมเมิร์ซไปในอาเซียนให้ประสบความสำเร็จว่า ต้องคอยวิเคราะห์จำนวนคลิกต่อยอดการซื้อ หาก 100 คนที่เปิดเข้ามามีสัดส่วนผู้ตัดสินใจซื้อไม่สูงนัก อาจเป็นไปได้ว่าผู้ประกอบการลืมใส่รายละเอียดที่สำคัญให้แก่ลูกค้าบนเว็บ เช่น ราคาสินค้า วิธีการซื้อโดยละเอียด การหมั่นวิเคราะห์จะช่วยให้จัดการผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน (Return of Investment) ได้
“เอสเอ็มอีของไทย 3 ล้านราย มีเว็บไซต์ของตัวเองอยู่เพียงแค่ 5-10% กลุ่มที่ยังไม่มีกำลังพลาดโอกาสการมีตัวตนบนออนไลน์ อาเซียนมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่น้อยกว่า 160 ล้านคน ทั้งหมดนี้คือลูกค้าที่สามารถเข้าถึงได้ ผู้ประกอบการต้องลองรุกผ่านช่องทางนี้เพื่อเพิ่มโอกาสให้ตัวเอง”







