
“คัลเลอร์สแกน” ฝ่าขาลงด้วยเทคโนโลยีสีเขียว
โดย...เสาวลักษณ์ ขันกสิกรรม
โดย...เสาวลักษณ์ ขันกสิกรรม
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจด้านสิ่งพิมพ์ต้องรับมือและปรับตัวให้ทัน ถ้ายังต้องการเดินหน้าต่อในโลกการพิมพ์ เช่นเดียวกับบริษัท “คัลเลอร์สแกน” หนึ่งในธุรกิจท้องถิ่นด้านสิ่งพิมพ์ของสิงคโปร์ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1997
อีริค โบ ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท คัลเลอร์สแกน เล่าถึงความยากลำบากในช่วงต้นของการลงสู่สมรภูมิอันดุเดือดในธุรกิจสิ่งพิมพ์ก่อนที่จะมีแท่นพิมพ์ 5 แท่น และพนักงานราว 180 คน ในปัจจุบัน ผ่านหนังสือพิมพ์ ทูเดย์ ของสิงคโปร์ว่า “เราเริ่มธุรกิจด้วยการแยกสี ซึ่งทำให้เราเป็นผู้ให้บริการเบอร์หนึ่งของเอเชีย แต่เพียงแค่กะพริบตา ธุรกิจนี้ก็อยู่ในช่วงขาลงซะแล้ว ฉะนั้น เราจึงต้องมองหาความหลากหลายด้านการพิมพ์ พร้อมทั้งกล้าลงทุนในเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ เนื่องจากการแข่งขันวัดกันที่ความแตกต่างของเทคโนโลยี ที่จะบอกว่าธุรกิจของใครมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากัน”
แม้ธุรกิจนี้กำลังไปได้สวยและบริษัทก็กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ ทว่าสื่อดิจิตอลที่กำลังทวีบทบาทสำคัญกำลังกลายเป็นกระแสใหม่ที่มาแทนสื่อสิ่งพิมพ์ ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทจึงต้องพยายามฉีกตัวเอง โดยการสร้างความแตกต่างอีกครั้งในตลาดที่กำลังหดตัวลง แต่ยังมีคู่แข่งจำนวนมาก
ดังนั้น คัลเลอร์สแกนจึงตัดสินใจเริ่มดำเนินกลยุทธ์แบบใหม่ๆ ที่เน้นบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แม้ว่าจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสูงมากกว่าเดิมก็ตาม “การสร้างธุรกิจสีเขียวต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ในขณะที่ปริมาณความต้องการยังมีไม่มากนักในสิงคโปร์เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ” โบ อธิบาย
ทั้งนี้ คัลเลอร์สแแกนยังได้รับประกาศนียบัตรจากคณะกรรมการรับรองมาตรฐานการปลูกป่า (เอฟเอสซี) แสดงว่าเป็นบริษัทที่ใช้กระดาษในการทำธุรกิจจากแหล่งผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากกระดาษแล้ว คัลเลอร์สแกนยังใช้หมึกที่ทำมาจากถั่วเหลืองแทนสารเคมีอีกด้วย
แต่กระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีสีเขียวเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ทำให้ลูกค้าไม่ค่อยเต็มใจที่จะจ่ายเพิ่มนัก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่รู้สึกว่าทำไมต้องจ่ายแพงในเมื่องานที่พิมพ์ออกมาแทบจะไม่แตกต่างจากการพิมพ์แบบเดิมๆ อย่างไรก็ตาม คัลเลอร์สแกนก็จำเป็นต้องพัฒนาตนเองก่อนที่กระแสธุรกิจสีเขียว ซึ่งเป็นเทรนด์การทำธุรกิจใหม่ของโลกนี้จะเข้ามาเป็นกระแสในสิงคโปร์
นอกจากกลยุทธ์ชิงลงมือก่อนแล้ว คัลเลอร์สแกนยังเริ่มให้บริการออกแบบสิ่งพิมพ์ ทั้งรูปแบบกระดาษและสิ่งพิมพ์ดิจิตอล เพื่อเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจ “เป็นเรื่องยากที่จะอยู่ด้วยการพิมพ์อย่างเดียว เราจึงขยายธุรกิจไปสู่การแยกสี และตอนนี้เรากำลังมองหาโอกาสในธุรกิจการให้บริการด้านการตลาด แม้ธุรกิจการพิมพ์จะเป็นแกนหลักของการทำธุรกิจของเรา แต่เราก็พยายามขยายธุรกิจต่อยอดงานสายเดิม เช่น กราฟฟิกดีไซน์ และสิ่งพิมพ์ออนไลน์” ซีโอโอของคัลเลอร์สแกน กล่าว
การขยายธุรกิจจะช่วยเพิ่มปริมาณลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในมือ ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งนี้เป็นความท้าทายอย่างมากในการมุ่งไปยังอนาคตของธุรกิจสิ่งพิมพ์อย่าง “คัลเลอร์สแกน”







