posttoday
‘ชำนิ’เปิดใจเพิ่มทุน5สต.MAXรอดตาย

‘ชำนิ’เปิดใจเพิ่มทุน5สต.MAXรอดตาย

26 กุมภาพันธ์ 2557

“ชำนิ” เปิดใจเพิ่มทุน MAX 5 สตางค์ อุ้มบริษัทซื้อโรงเหล็ก เผย “ขจร” เทกโอเวอร์ 62% เอื้อธุรกิจ

“ชำนิ” เปิดใจเพิ่มทุน MAX 5 สตางค์ อุ้มบริษัทซื้อโรงเหล็ก เผย “ขจร” เทกโอเวอร์ 62% เอื้อธุรกิจ

นายชำนิ จันทร์ฉาย รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น (MAX) เปิดใจว่า สาเหตุการขายหุ้นเพิ่มทุนราคา 0.05 บาท ต่ำกว่ากระดานที่ 30 สตางค์ ให้กับนักลงทุน 3 คน นำโดย นายขจรศิษฐ์สิ่งสรรเสริญ แทนการขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม เนื่องจากกลางปี 2556 มีการหารือกับผู้ถือหุ้นเดิมที่จะเพิ่มทุน 15 สตางค์ แต่ทุกคนติดปัญหาเรื่องราคา ภาวะเศรษฐกิจ และปัญหาการเมือง ทำให้ไม่มีผู้ถือหุ้นเดิมสนใจเพิ่มทุน

นายชำนิ กล่าวว่า จากนั้นเริ่มหาผู้ร่วมทุน มีการเจรจากับนักธุรกิจถ่านหินรายหนึ่งสนใจ แต่ขอราคาที่ส่วนลด 10% ของมูลค่าแท้จริง ซึ่งอยู่ที่ 3 สตางค์เศษ การเจรจาจึงไม่สำเร็จ

ในช่วง 23 เดือนที่ผ่านมา มีโอกาสรู้จักนายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ หรือ ขจร แซ่เฮง อดีตผู้บริหารบริษัทก่อสร้าง ฤทธา ก่อสร้าง ซึ่งประสบความสำเร็จจากธุรกิจและต้องการลงทุนในธุรกิจเหล็ก จึงชวนมาเพิ่มทุน ขณะเดียวกันก็เจรจานักลงทุนรายใหญ่อีก 2 รายคือ นายอนุกูล บุญทิพย์ และนายสุทธิพจน์ อริยสุทธิวงศ์ ไม่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งนายอนุกูลเป็นคนวงการรับเหมางานระบบ ส่วนนายสุทธิพจน์เป็นนักลงทุนรายใหญ่ทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ส่งออก

“เบื้องหลังการดีลทั้งหมด เกิดจากผมชำนิเพียงคนเดียว ไม่มีนาย ว.วาณิชธนกิจ เข้ามาเกี่ยวข้องใดๆ ส่วนตัวผมยังถือหุ้น MAX รวมทั้งกลุ่ม 50% ไม่ได้ขายหุ้นออกไปราคา 40 สตางค์ อย่างที่พูดๆ กัน ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ปลายปีนี้ MAX เข้ากลุ่มฟื้นฟู NC เหตุผลคือ ไม่มีเงินทำธุรกิจ ส่วนผู้ถือหุ้นขณะนี้ไม่ถึง 60 ล้านบาท เงินสดหมุนเวียน 30 ล้านบาท ซื้อขายเหล็กด้วยเงินสดได้แค่ 1 รอบเท่านั้น ซึ่งการเพิ่มทุนขายพีพี 5 สตางค์ จะได้เงินเข้าบริษัทมากถึง 900 ล้านบาท เพียงพอต่อการทำธุรกิจ” นายชำนิ กล่าว

สำหรับเงินเพิ่มทุนมีแผนนำไปซื้อโรงเหล็ก ซึ่งสนใจ 2 โรง เป็นโรงเหล็กขนาดเล็กและขนาดใหญ่ คาดหลังจากได้เงินเพิ่มทุนแล้ว 3 เดือนจะสรุปผลการซื้อได้

ขณะที่ โรงเหล็กขนาดเล็ก มีโรงรีดที่ซื้อเหล็กรีดร้อนมารีดเป็นเหล็กท่อขายขนาดกำลังผลิต 3 แสนตัน/ปี ส่วนโรงขนาดใหญ่ มีเตาหลอม ซึ่ง MAX สนใจโรงใหญ่ แต่ทั้งนี้อยู่ที่การเจรจา ราคา และเงื่อนไข

“ทันทีที่ผมกลับถึงไทยค่ำวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สอบถามเข้ามาทันทีและให้บริษัทชี้แจง ก็ได้ชี้แจงทุกข้อสงสัยด้วยตัวเอง ยืนยันว่าการเพิ่มทุน 5 สตางค์ เป็นการปกป้องผู้ถือหุ้นและบริษัทให้อยู่รอด” นายชำนิ กล่าว

นายชำนิ กล่าวอีกว่า นายขจรศิษฐ์จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 62% ของทุนจดทะเบียนใหม่ 24,976 ล้านบาท นายอนุกูล 20.6% และนายสุทธิพจน์ 10% ซึ่งนายขจรศิษฐ์ซื้อหุ้นถึงจุดที่ต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นจากนักลงทุนทั่วไป (เทนเดอร์ออฟเฟอร์)

ทั้งนี้ เบื้องต้นนายขจรศิษฐ์เข้าเทกโอเวอร์ MAX แต่ยังไม่เป็นเข้าตลาดหุ้นทางอ้อม (แบ็กดอร์ลิสติ้ง) เนื่องจากไม่ได้ใส่ธุรกิจใหม่เข้ามา นายขจรศิษฐ์ทำธุรกิจก่อสร้างที่ช่วยเอื้อต่อธุรกิจเหล็กให้กับ MAX โดยราคาตามราคาตลาด

นายชำนิ กล่าวว่า ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมา เป็นการเข้ามาเก็งกำไรของกลุ่มนักลงทุน 2 กลุ่ม ที่เก็งกันว่าบริษัทอยู่ระหว่างหาผู้ร่วมทุนใหม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท