
ดัชนีหุ้น 25 ก.พ. ลดลง 0.12 จุด
หุ้นเช้าปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,303.76 จุด ลดลง 0.12 จุด หรือ 0.01% มูลค่าการซื้อขาย 8,438 ล้านบาท
หุ้นเช้าปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,303.76 จุด ลดลง 0.12 จุด หรือ 0.01% มูลค่าการซื้อขาย 8,438 ล้านบาท
ตลาดหุ้นวันที่ 25 ก.พ. เปิดตลาดดัชนีหุ้นแกว่งตัวในกรอบแคบ ๆ มีแรงขายในกลุ่มพลังงาน และมาปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,303.76 จุด ลดลง 0.12 จุด หรือ 0.01% มูลค่าการซื้อขาย 8,438 ล้านบาท
5 อันดับแรกที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
1.PTT ปิดที่ 287 บาท ลดลง 1 บาท หรือ 0.35% มูลค่าการซื้อขาย 561 ล้านบาท
2.SCB ปิดที่ 147.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.34% มูลค่าการซื้อขาย 445 ล้านบาท
3.ADVANC ปิดที่ 207 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 297 ล้านบาท
4.BBL ปิดที่ 172 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.86% มูลค่าการซื้อขาย 285 ล้านบาท
5.KBANK ปิดที่ 166 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 265 ล้านบาท
บล.ทิสโก้ ระบุ ดัชนีหุ้นผันผวนออกข้างในกรอบแคบๆ ระหว่างแนวรับที่ 1,295 จุด และแนวต้าน 1,310 จุด คาดว่าดัชนีรอปัจจัยใหม่ และคืนวันที่ 25 ก.พ. หุ้นโลก ปิดลบในกรอบแคบ ภายหลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกา ในเดือน ก.พ. ออกมาแย่กว่าคาด
ขณะที่ปัจจัยในประเทศ พบว่า เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 25 ก.พ. เกิดเหตุยิงป่วนใกล้เวทีกปปส.หลายจุด เช่น สยามสแควร์ ราชประสงค์ และปทุมวัน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตามวิกฤติการเมืองที่ยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น ตลาดขาดปัจจัยใหม่หนุน นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเฝ้าระวังการเมือง ทำให้ทิศทางการซื้อขายไม่ชัดเจน
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เก็งกำไรระยะสั้นอย่างระมัดระวัง และการประกาศผลประกอบการและการจ่ายปันผลยังเป็นปัจจัยเฉพาะที่มีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวราคาหุ้นในระยะนี้
บล.คันทรี่ กรุ๊ป ระบุว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามระยะนี้คือ ประเด็นการเมืองในประเทศการทยอยรายงานผลประกอบการปี 56 ที่กำหนดสิ้นสุดในเดือนก.พ.นี้ และ การแถลงมุมมองเศรษฐกิจ ของนางเจเน็ต เยลเลน ในวันที่ 27 ก.พ.นี้
ทั้งนี้ ประเมินแนวโน้มตลาดมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าตลาดยังยืนอยู่ได้เหนือ 1,300 จุดได้ แต่ปัจจัยภายในและภายนอกล้วนแต่เป็นปัจจัยลบ การเมืองภายในประเทศส่อเค้าทวีความรุนแรง ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณการชะลอตัว สำหรับมุมมองระยะกลางเรามองว่ากระแสเงินทุนต่างชาติมีทิศทางไหลออกจากการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายน้อยลงจากฝั่งสหรัฐ และตัวเลขเศรษฐกิจของไทยจะถูกการเมืองกดดันในช่วงครึ่งแรกของปีนี้







