posttoday
เบญจจินดาเจอพิษม็อบยอดเหนือ-อีสานหด

เบญจจินดาเจอพิษม็อบยอดเหนือ-อีสานหด

12 พฤษภาคม 2553

เบญจจินดา โฮลดิ้ง โอดม็อบราชประสงค์ทำพิษ มือถือภาคเหนือ อีสานขายไม่ออก คาดรายได้ปีนี้หดเท่าปีที่ผ่านมา 2.2 หมื่นล้านบาท หันจับมือไปรษณีย์ไทยให้บริการเติมเงินทั่วประเทศ

เบญจจินดา โฮลดิ้ง โอดม็อบราชประสงค์ทำพิษ มือถือภาคเหนือ อีสานขายไม่ออก คาดรายได้ปีนี้หดเท่าปีที่ผ่านมา 2.2 หมื่นล้านบาท หันจับมือไปรษณีย์ไทยให้บริการเติมเงินทั่วประเทศ

นายวิชัย เบญจรงคกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ให้บริการติดตั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ต เป็นต้น เปิดเผยว่า จากปัญหาทางการเมืองในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายโทรศัพท์มือถือจากพื้นที่ทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเดินทางเข้ามาชุมนุมทางการเมืองในกรุงเทพฯ ซึ่งบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือภายใต้แบรนด์โนเกียในพื้นที่ดังกล่าวจึงได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ปัญหาทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาก็ส่งผลต่อความมั่นใจในการจับจ่าย และอารมณ์ในการตัดสินใจซื้อของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายให้ชะลอการใช้จ่ายออกไปก่อนจึงส่งผลให้ภาพรวมตลาดมือถือในไตรมาสที่ 2 นี้ต้องสะดุดลง ดังนั้นเมื่อดูภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยปีนี้ ที่แม้จะมีตลาดสมาร์ทโฟนเข้ามาช่วยเสริมให้มีอัตราการเติบโตทางด้านจำนวนและมูลค่าให้เพิ่มขึ้น แต่คาดว่าทั้งตลาดโทรศัพท์มือถือจะเติบโตลดลงราว 20%

นอกจากนี้ ธุรกิจโทรคมนามคมไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือภาคเอกชน ตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองก็หยุดชะงักลง เนื่องจากผู้ประกอบการหยุดรอดูสถานการณ์ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ และเช่นไร จนไม่มีการลงทุนใหม่ๆ ซึ่งบริษัทเป็นผู้รับจ้างติดตั้งโครงข่ายพื้นฐานทางอินเตอร์เน็ตก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะไม่มีลูกค้า และการขยายตลาดใหม่ๆ ทำให้บริษัทคาดหมายว่ารายได้รวมของบริษัทในปีนี้จะไม่เติบโตหรือเท่ากับปีที่ผ่านมาที่ 2.2 – 2.3 หมื่นล้านบาท จากเมื่อต้นปีที่ตั้งเป้ารายได้ของปีนี้ไว้ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท

นายวิชัย เผยต่อว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทตั้งเป้ารายได้ต่างๆ ไว้ที่ การขายโทรศัพท์มือถือและรายได้จากธุรกิจติดตั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ต 1.5 หมื่นล้านบาท และรายได้จากธุรกิจบัตรเติม 9,000 – 10,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากปัญหาทางการเมืองอาจจะส่งผลต่อรายได้ของการขายโทรศัพท์มือถือและการติดตั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ตไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้  

ล่าสุดบริษัทขายไลน์ธุรกิจใหม่ โดยก่อตั้ง บริษัท ท็อป อัพ ฟอร์ ยู เพื่อดำเนินธุรกิจการบริการเติมเงินในรูปแบบอิเลคทรอนิกส์ พิน ภายใต้ชื่อ ยู ท็อป อัพ ซึ่งบริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เพื่อใช้ที่ทำการไปรษณีย์ที่มีอยู่ 1,200 แห่งทั่วประเทศเป็นจุดให้บริการเติมเงินให้กับลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบต่างๆ เช่น เอไอเอส, ดีเทค, ฮัชท์ และทีโอที พรีเพด

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เปิดเผยว่า นอกจากความร่วมมือกับบริษัท ท็อป อัพ ฟอร์ ยู เพื่อเพิ่มการให้บริการของที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ให้สามารถเติมเงินโทรศัพท์เคลื่นอที่ให้กับลูกค้าทั่วไปแล้ว ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มบริการขายประกันผ่านที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศอีกด้วย

“ขณะนี้ทางบริษัทได้จัดให้พนักงานไปรษณีย์เข้าอบรมการขายประกัน และสอบเป็นนักขายประกัน ไปพร้อมกับการเจรจากับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกันภัย หรือ คปภ. เพื่อขออนุญาตให้ที่ทำการไปรษณีย์สามารถขายประกันได้ โดยบริษัทจะจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นรากหญ้าเป็นหลัก และจะขายประกับที่ต้องจ่ายเบี้ยปีละไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อให้ประชาชนไทยมีหลักประกันสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน” นายออมสิน กล่าวเพิ่มเติม

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท