
เบญจจินดาเจอพิษม็อบยอดเหนือ-อีสานหด
เบญจจินดา โฮลดิ้ง โอดม็อบราชประสงค์ทำพิษ มือถือภาคเหนือ อีสานขายไม่ออก คาดรายได้ปีนี้หดเท่าปีที่ผ่านมา 2.2 หมื่นล้านบาท หันจับมือไปรษณีย์ไทยให้บริการเติมเงินทั่วประเทศ
เบญจจินดา โฮลดิ้ง โอดม็อบราชประสงค์ทำพิษ มือถือภาคเหนือ อีสานขายไม่ออก คาดรายได้ปีนี้หดเท่าปีที่ผ่านมา 2.2 หมื่นล้านบาท หันจับมือไปรษณีย์ไทยให้บริการเติมเงินทั่วประเทศ
นายวิชัย เบญจรงคกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ให้บริการติดตั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ต เป็นต้น เปิดเผยว่า จากปัญหาทางการเมืองในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายโทรศัพท์มือถือจากพื้นที่ทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเดินทางเข้ามาชุมนุมทางการเมืองในกรุงเทพฯ ซึ่งบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือภายใต้แบรนด์โนเกียในพื้นที่ดังกล่าวจึงได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ ปัญหาทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาก็ส่งผลต่อความมั่นใจในการจับจ่าย และอารมณ์ในการตัดสินใจซื้อของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายให้ชะลอการใช้จ่ายออกไปก่อนจึงส่งผลให้ภาพรวมตลาดมือถือในไตรมาสที่ 2 นี้ต้องสะดุดลง ดังนั้นเมื่อดูภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยปีนี้ ที่แม้จะมีตลาดสมาร์ทโฟนเข้ามาช่วยเสริมให้มีอัตราการเติบโตทางด้านจำนวนและมูลค่าให้เพิ่มขึ้น แต่คาดว่าทั้งตลาดโทรศัพท์มือถือจะเติบโตลดลงราว 20%
นอกจากนี้ ธุรกิจโทรคมนามคมไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือภาคเอกชน ตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองก็หยุดชะงักลง เนื่องจากผู้ประกอบการหยุดรอดูสถานการณ์ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ และเช่นไร จนไม่มีการลงทุนใหม่ๆ ซึ่งบริษัทเป็นผู้รับจ้างติดตั้งโครงข่ายพื้นฐานทางอินเตอร์เน็ตก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะไม่มีลูกค้า และการขยายตลาดใหม่ๆ ทำให้บริษัทคาดหมายว่ารายได้รวมของบริษัทในปีนี้จะไม่เติบโตหรือเท่ากับปีที่ผ่านมาที่ 2.2 – 2.3 หมื่นล้านบาท จากเมื่อต้นปีที่ตั้งเป้ารายได้ของปีนี้ไว้ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท
นายวิชัย เผยต่อว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทตั้งเป้ารายได้ต่างๆ ไว้ที่ การขายโทรศัพท์มือถือและรายได้จากธุรกิจติดตั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ต 1.5 หมื่นล้านบาท และรายได้จากธุรกิจบัตรเติม 9,000 – 10,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากปัญหาทางการเมืองอาจจะส่งผลต่อรายได้ของการขายโทรศัพท์มือถือและการติดตั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ตไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้
ล่าสุดบริษัทขายไลน์ธุรกิจใหม่ โดยก่อตั้ง บริษัท ท็อป อัพ ฟอร์ ยู เพื่อดำเนินธุรกิจการบริการเติมเงินในรูปแบบอิเลคทรอนิกส์ พิน ภายใต้ชื่อ ยู ท็อป อัพ ซึ่งบริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เพื่อใช้ที่ทำการไปรษณีย์ที่มีอยู่ 1,200 แห่งทั่วประเทศเป็นจุดให้บริการเติมเงินให้กับลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบต่างๆ เช่น เอไอเอส, ดีเทค, ฮัชท์ และทีโอที พรีเพด
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เปิดเผยว่า นอกจากความร่วมมือกับบริษัท ท็อป อัพ ฟอร์ ยู เพื่อเพิ่มการให้บริการของที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ให้สามารถเติมเงินโทรศัพท์เคลื่นอที่ให้กับลูกค้าทั่วไปแล้ว ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มบริการขายประกันผ่านที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศอีกด้วย
“ขณะนี้ทางบริษัทได้จัดให้พนักงานไปรษณีย์เข้าอบรมการขายประกัน และสอบเป็นนักขายประกัน ไปพร้อมกับการเจรจากับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกันภัย หรือ คปภ. เพื่อขออนุญาตให้ที่ทำการไปรษณีย์สามารถขายประกันได้ โดยบริษัทจะจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นรากหญ้าเป็นหลัก และจะขายประกับที่ต้องจ่ายเบี้ยปีละไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อให้ประชาชนไทยมีหลักประกันสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน” นายออมสิน กล่าวเพิ่มเติม







