
เปิดกลยุทธ์ "กลุ่มอลิอันซ์" ฝ่าวิกฤตการเมือง
โดย...วารุณี อินวันนา
โดย...วารุณี อินวันนา
2-3 ปีมานี้ความไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้นบ่อยครั้งในหลายประเทศทั่วโลก บางประเทศผู้นำต้องหนีออกไปลี้ภัยอยู่ประเทศอื่น เศรษฐกิจชะลอตัว แต่ธุรกิจข้ามชาติกลับยังยืนเด่นเติบโต ในขณะที่ธุรกิจท้องถิ่นมีอาการร่อแร่
หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มอลิอันซ์ จากประเทศเยอรมนี ที่ทำธุรกิจอยู่ในกว่า 70 ประเทศทั่วทุกมุมโลก มีรายได้ติดอันดับที่ 30 ของโลก และยังเป็นกลุ่มที่บริหารจัดการสินทรัพย์ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
กลุ่มอลิอันซ์ มีธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต บริษัท อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันภัย บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย
มีโอกาสพูดคุยกับ มานูเอล บาวเออร์ กรรมการบริหารกลุ่มอลิอันซ์ ซึ่งมีประสบการณ์ 28 ปี ในการดูแลรับผิดชอบธุรกิจของกลุ่มอลิอันซ์ในตลาดเติบโต หรือ Growth Markets ในตลาดเกิดใหม่ 24 ประเทศ ยกเว้นแอฟริกา ส่วนใหญ่ของตลาดเกิดใหม่อยู่ในแถบเอเชียที่เพิ่งเปิดประเทศรับนักธุรกิจต่างชาติ จะมีความไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้นบ่อยครั้งรวมถึงประเทศไทย และในหลายประเทศยังอยู่ภายใต้ระบบการปกครองแบบสังคมนิยม
บาวเออร์ กล่าวว่า ระบบการปกครองไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการทำธุรกิจโดยตรง เพราะบริษัทไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับรัฐบาลในประเทศนั้นๆ ทุกครั้งหรือทุกที่ที่เข้าไปทำธุรกิจ จะให้ความเคารพกฎกติกาของประเทศนั้นๆ ที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนด
ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น ปากีสถาน บังกลาเทศ หรือทางเอเชียอย่าง เกาหลีใต้ ก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่าง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หากธุรกิจมีความเคารพในความต่างก็จะสามารถทำธุรกิจในประเทศนั้นๆ ได้อย่างไม่กระทบ
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ในการทำธุรกิจ แต่สิ่งที่ธุรกิจใส่ใจ คือ กฎระเบียบในการควบคุมธุรกิจต้องมีความแน่นอน ที่สำคัญคือ คนที่ดูแลกฎระเบียบต้องมีความโปร่งใส ทั้งต่อลูกค้าและต่อบริษัท
ในบางประเทศอาจจะมีกฎจำนวนมากและเข้มงวด ขึ้นอยู่กับความมีวินัยในแต่ละประเทศ และขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาด้วย
สิ่งที่ธุรกิจไม่ชอบคือ การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน จากซ้ายไปขวา ในเอเชียก็มีการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ด้วย แต่ในฐานะที่ทำธุรกิจ ไม่สามารถพับธุรกิจเก็บกลับบ้านได้ สิ่งที่หวังคือ กฎเหล่านี้ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ เพื่อให้ธุรกิจในประเทศเติบโต และเพื่อลูกค้าจะได้รับการดูแลที่ดี
“อย่างการมาประชุมกับผู้บริหารในไทย ผมได้พบกับผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เห็นว่ามีการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย และมีความสมดุลในการทำงาน ซึ่งถือเป็นสิ่งดี” บาวเออร์ กล่าว
กรรมการบริหารกลุ่มอลิอันซ์ ระบุด้วยว่า ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการทำธุรกิจในช่วงนี้คือ การเคลื่อนตัวของเศรษฐกิจมีความผันผวนมาก ทำให้คาดการณ์ได้ยาก ซึ่งในแวดวงนักบริหารในยุโรปพูดกันว่า ความผันผวนทางเศรษฐกิจนี้เป็นความปกติแบบใหม่ เพราะวิกฤตยังคงอยู่และไม่จากไป
วันนี้ ผู้บริหารธุรกิจรวมถึงทุกคนต้องอาศัยอยู่ในวิกฤตตลอดเวลา ฉะนั้นต้องปรับตัวให้อยู่ในวิกฤตให้ได้ โดยเฉพาะธุรกิจประกันภัยและการบริหารสินทรัพย์ ที่สัญญาจะให้การดูแลและผลตอบแทนแก่ลูกค้าในระยะยาว ที่จะต้องวิเคราะห์โจทย์ให้ออก
“ในประเทศที่มีวิกฤตทางเศรษฐกิจเช่นที่เกิดขึ้นในเอเชีย สหรัฐอเมริกา หรือในยุโรป เราจะวิเคราะห์เรื่องการลงทุนและปรับไปลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีความปลอดภัย เช่น ในพันธบัตรรัฐบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้วิธีนี้หมด อย่างวิกฤตที่เกิดในประเทศกรีซ เรามองเห็น จึงไม่ได้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลกรีซ ซึ่งทำให้ปลอดภัย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลกรีซไปตลอด ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่การบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ต้องทำชั่วชีวิต” บาวเออร์ กล่าว
กลยุทธ์ข้างต้น ทำให้ธุรกิจของอลิอันซ์ยังเดินหน้าเติบโตต่อไปได้ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งเป็นบทเรียนให้ธุรกิจท้องถิ่นได้เรียนรู้ได้อย่างดี







