
ศก.ซบทำแนวโน้มสินเชื่อแบงก์โตลดลง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินการปล่อยสินเชื่อไตรมาส1โต 8.5-9% ชะลอลงจากเศรษฐกิจซบเซาจากปัญหาการเมือง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินการปล่อยสินเชื่อไตรมาส1โต 8.5-9% ชะลอลงจากเศรษฐกิจซบเซาจากปัญหาการเมือง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้รวบรวมข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยที่ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง (เบื้องต้น) ณ สิ้นเดือนมกราคม 2557 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสิ้นปี 2556 พร้อมประเมินแนวโน้มสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องในระยะถัดไป โดยมีรายละเอียด ดังนี้
สภาพคล่องเดือน ม.ค.2557 ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก...ท่ามกลางเงินให้สินเชื่อและเงินฝากที่ขยับลง
---> ยอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิ ของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2557 มีจำนวน 9.489 ล้านล้านบาท ลดลงราว 3.48 พันล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 9.493 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2556 (ซึ่งเป็นการปรับตัวลงในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางและขนาดเล็ก ขณะที่ สินเชื่อในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น) โดยการปรับลดลงของยอดเงินให้สินเชื่อในเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น คงเป็นผลจากทั้งแรงกดดันด้านปัจจัยด้านฤดูกาลชำระคืนสินเชื่อของลูกค้าผนวกกับการชะลอเบิกใช้สินเชื่อใหม่ เพื่อรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ขณะที่ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้ว พบว่า เงินให้สินเชื่อเติบโตร้อยละ 9.8 ชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2556 ที่เติบโตได้ร้อยละ 10.5
---> ด้านยอดเงินฝาก มีจำนวน 10.21 ล้านล้านบาท ลดลง 1.1 หมื่นล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 10.22 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2556 ส่วน ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (ซึ่งมีตั๋วแลกเงินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ) มีจำนวน 8.29 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.04 หมื่นล้านบาทจากเดือนก่อนหน้า ทำให้เมื่อรวมเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมแล้ว พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 11.04 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.40 พันล้านบาท จากระดับ 11.03 ล้านล้านบาท ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้ว พบว่าเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมเติบโตได้ร้อยละ 9.3 ใกล้เคียงกับสิ้นปี 2556
---> สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในเดือนมกราคม 2557 อยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของเงินให้สินเชื่อและเงินฝากที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ดังสะท้อนให้เห็นผ่าน
- อัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (Gross Loans to Deposits and Borrowings) ซึ่งอยู่ที่ระดับร้อยละ 89.26 ใกล้เคียงกับเมื่อสิ้นปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 89.37
- สอดคล้องกับสินทรัพย์สภาพคล่องในงบดุลของธนาคารพาณิชย์ไทยตามความหมายกว้าง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2556 มีจำนวน 2.80 ล้านล้านบาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 3.58 พันล้านบาท จาก ณ สิ้นปี 2556 โดยเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นในองค์ประกอบของสภาพคล่องด้านเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น ขณะที่ เงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์ (รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิ) และองค์ประกอบด้านเงินสด ปรับลดลง ทั้งนี้ หากไม่รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิแล้ว สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์จะอยู่ที่ระดับ 2.66 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนมกราคม 2557 ใกล้เคียงกับระดับ ณ สิ้นปี 2556 ด้วยเช่นกัน
แนวโน้ม: สินเชื่อชะลอตัวต่อเนื่อง...ขณะที่ เงินฝากยังแปรผันตามการแข่งขันระดมเงินออมในตลาดเป็นสำคัญ
แม้ว่าการชะลอตัวลงของสินเชื่อสุทธิในเดือนมกราคม 2557 โดยเฉพาะเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า (MoM) ส่วนหนึ่งสามารถอธิบายได้จากปัจจัยด้านฤดูกาล ซึ่งลูกค้ามักมีการชำระคืนสินเชื่อในช่วงต้นปี แต่อัตราการเติบโตของสินเชื่อเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ที่ผ่อนแรงส่งลง ถือเป็นประเด็นที่คงต้องติดตามใกล้ชิด เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่า ทิศทางการชะลอตัวของสินเชื่อดังกล่าว น่าจะมีความต่อเนื่องและอาจปรากฎชัดเจนขึ้นอีก ท่ามกลางผลกระทบจากปัญหาความตึงเครียดทางการเมือง ที่คงจะฉุดรั้งกิจกรรมการบริโภคและลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการลงทุนภาครัฐ จนมีผลกระทบต่อเนื่องมายังการเบิกใช้สินเชื่อจากภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี และความต้องการสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคของภาคครัวเรือนในที่สุด ดังนั้นแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงยังคงมุมมองที่ว่า สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ มีโอกาสเติบโตชะลอลงมาที่ร้อยละ 8.5 - 9.0 YoY ณ สิ้นไตรมาส 1/2557
ส่วนแนวโน้มผลิตภัณฑ์เงินฝากนั้น คาดว่า ความจำเป็นในการออกแคมเปญ หรือโครงการเงินฝากพิเศษของธนาคารพาณิชย์ในช่วงนี้ คงจะแปรผันตามภาวะการแข่งขันระดมเงินออมในตลาดเป็นสำคัญ ซึ่งหนึ่งในประเด็นติดตามจะอยู่ที่แผนการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ของภาครัฐและภาคเอกชน ขณะที่ ความจำเป็นในการเร่งระดมทุนเพื่อขยายสินเชื่อในระยะสั้น น่าจะยังไม่ชัดเจนเท่าใดนัก ท่ามกลางแนวโน้มการชะลอตัวของความต้องการสินเชื่อจากทั้งกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการและลูกค้ารายย่อย







