
ลมหายใจวอตส์แอพ
กลายเป็นข่าวฮือฮาทั่วโลก เมื่อ “เฟซบุ๊ก” เว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตประกาศควักเงินถึง 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อ “วอตส์แอพ” (WhatsApp) แอพพลิเคชั่นสนทนาผ่านโทรศัพท์มือถือที่มีจำนวนผู้ใช้เดือนละ 450 ล้านคนทั่วโลก
กลายเป็นข่าวฮือฮาทั่วโลก เมื่อ “เฟซบุ๊ก” เว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตประกาศควักเงินถึง 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อ “วอตส์แอพ” (WhatsApp) แอพพลิเคชั่นสนทนาผ่านโทรศัพท์มือถือที่มีจำนวนผู้ใช้เดือนละ 450 ล้านคนทั่วโลก
ดีลนี้ถูกจับตามองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของเฟซบุ๊กที่จะใช้วอตส์แอพ บริษัทร่วมชาติในการต่อยอดธุรกิจเหมือนเมื่อครั้งที่เคยช็อปแอพแชร์รูปภาพ “อินสตาแกรม” มาแล้ว ขณะที่ฐานผู้ใช้ของวอตส์แอพมีมากกว่าอินสตาแกรมเมื่อตอนถูกซื้อเสียอีก
ทว่า ความฝันของเฟซบุ๊กและวอตส์แอพก็ยังต้องรอการพิสูจน์ โดยเฉพาะในตลาดเอเชีย เพราะแม้เฟซบุ๊กจะได้รับความนิยมมาก เช่นเดียวกับที่วอตส์แอพเคยฮิตเมื่อปี 25542555 แต่ปัจจุบันแอพแชตในใจคนเอเชีย รวมถึงอาเซียน มีให้เลือกหลากหลายมาก ทั้งไลน์ (Line) จากญี่ปุ่น วีแชต (WeChat) ของจีน และคาคาโอทอล์ก (KakaoTalk) จากเกาหลีใต้
น่าสังเกตว่า แอพสัญชาติเอเชียเหล่านี้ทำผลงานได้ดี ไม่เพียงเพราะให้บริการสนทนา แต่ยังนำเสนอความบันเทิงและทำหน้าที่เครือข่ายสังคมผ่านมือถือ เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าสนใจที่เริ่มจากฝั่งเอเชีย
แม้วอตส์แอพจะมีจำนวนผู้ใช้มากกว่าคู่แข่งจากเอเชีย โดยไลน์มีจำนวนผู้ใช้ 350 ล้านคน วีแชต 272 ล้านคน และคาคาโอทอล์ก 133 ล้านคน แต่แอพจาก 3 บิ๊กเอเชียมีศักยภาพสูงกว่าในแง่การสร้างรายได้ ทั้งจากเกมและสารพัดบริการที่ตามมาหลังเปิดให้โหลดใช้ฟรี ในขณะที่วอตส์แอพเก็บค่าบริการ 1 เหรียญสหรัฐ หลังให้ลองใช้ 1 ปี
ทุกวันนี้ วอตส์แอพยังครองใจผู้ใช้เอเชียในบางตลาดเท่านั้น เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ผิดกับไลน์ วีแชต และคาคาโอทอล์ก ที่ทำผลงานในบ้านได้ดี อีกทั้งแพร่หลายในตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค เพราะมีนวัตกรรมที่ทำให้แตกต่างจากคนอื่น
อย่างกรณี “ไลน์” ที่ประสบความสำเร็จมากในตลาดเอเชีย โดยมีสัดส่วนราว 85% ของจำนวนผู้ใช้ทั้งหมด เพราะมีสติ๊กเกอร์การ์ตูนถูกใจสาวก และสร้างรายได้จากการขายสิ่งต่างๆ ในเกม ไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ไลน์มีรายได้เพิ่มขึ้น 5 เท่า อยู่ที่ 120 ล้านเหรียญสหรัฐ
ที่น่าสังเกต คือ แม้ธุรกิจแอพแชตบนมือถือกำลังบูมมากในอาเซียน แต่กลับยังไม่มีรายใดครองส่วนแบ่งเค้กในตลาดนี้แบบเบ็ดเสร็จ ข้อมูลจากนีลเส็น พบว่า แบล็คเบอร์รี่ เมสเซนเจอร์ เป็นแอพส่งข้อความที่ถูกดาวน์โหลดมากสุดในอินโดนีเซีย ขณะที่แอพไวเบอร์ได้รับความนิยมในฟิลิปปินส์มากสุด
ส่วนไลน์ครองใจคนไทยส่วนใหญ่ โดยมีผู้สมัครใช้ไลน์มากถึง 30 ล้านบัญชี ขณะที่มีจำนวนผู้สมัครใช้เฟซบุ๊ก 26 ล้านคน นอกจากนี้ ไลน์ยังก้าวไปอีกขั้น โดยถูกใช้ในการเปิดตัวอีเวนต์ต่างๆ ของบริษัท รวมถึงเป็นเครื่องมือของเหล่าเซเลบคนดังทั้งหลาย
นี่หมายความว่า ในแง่หนึ่งก็เป็นโอกาสสำหรับเฟซบุ๊กและวอตส์แอพที่จะทวงความยิ่งใหญ่ แต่หากไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ก็จะเป็นบทหนักของทั้งคู่ เพราะสัญญาณของวอตส์แอพในบางตลาดก็ไม่ค่อยดีนัก เช่น คนอิเหนาที่ราว 2 ใน 3 เคยดาวน์โหลดวอตส์แอพ กลับมีเพียงไม่ถึงครึ่งที่ใช้งานอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
ส่วนหนึ่งเพราะมีปัญหาที่วอตส์แอพเชื่อมกับเบอร์โทรในเครื่อง ขณะที่คนอินโดฯ เปลี่ยนซิมการ์ดบ่อยมาก จึงเป็นโอกาสของคู่แข่งอย่าง “เทเลแกรม” ที่ใช้งานได้กับอุปกรณ์พกพาหลายเครื่องด้วยเลขหมายเดียวกัน นอกจากนี้ วอตส์แอพยังไม่มีแพลตฟอร์มการใช้งานที่หลากหลายกว่าส่งข้อความ
แถมคู่แข่งทั้งไลน์ วีแชต และคาคาโอทอล์ก ต่างก็มีแผนจะรุกตลาดอาเซียน ซึ่งยังมีอัตราการใช้สมาร์ทโฟนต่ำ







