posttoday
ถอดโมเดลญี่ปุ่นเสริมแกร่งงานดันศก.รุ่ง

ถอดโมเดลญี่ปุ่นเสริมแกร่งงานดันศก.รุ่ง

25 กุมภาพันธ์ 2557

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ภาคแรงงานถือเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนทั้งสังคมและเศรษฐกิจของไทยให้ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน การจะให้ภาคแรงงานเข้มแข็งได้ ดูโมเดลจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องลองดูโมเดลจากประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการจัดระบบแรงงานและมีสวัสดิการครอบคลุมชัดเจนที่สุดประเทศหนึ่งของโลก

เทรุฮิโกะ เซคิกุชิ ผู้อำนวยการมูลนิธิแรงงานสากลแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ JILAF ประเทศไทย เล่าว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน ถือเป็นเรื่องที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญมากในการแก้ปัญหาของประเทศ เพราะแรงงานเปรียบเสมือนฐานสำคัญที่จะทำให้ประเทศพัฒนาได้ อีกทั้งปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของสังคมคือเรื่องช่องว่างทางรายได้ระหว่างคนแต่ละกลุ่ม หากไทยไม่เร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานให้ได้มาตรฐาน คนที่ “ได้มาก” อยู่แล้ว ก็จะยิ่งได้มากขึ้นๆ ขณะที่แรงงานซึ่งไม่ค่อยได้รับสิทธิประโยชน์อะไรก็จะยิ่งห่างกันออกไป

“การยกระดับฐานะของแรงงาน ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของสังคมได้ถือเป็นการแก้ปัญหาสังคม เมื่อสังคมดี เศรษฐกิจก็ดีตาม ไทยก็มั่นคง และหากไทยมั่นคง ประเทศในอาเซียนอีกหลายประเทศมั่นคง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ก็มั่นคงไปด้วย”

เซคิกุชิ เสริมว่า ความเข้มแข็งของภาคแรงงาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คุณภาพชีวิตดี ที่ญี่ปุ่นมีสมาพันธ์สหภาพแรงงานแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ RENGO ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2532 มีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศหลายล้านคน ภายใต้โครงสร้างดังกล่าว ยังแบ่งออกเป็นสหภาพระดับจังหวัด ระดับองค์กร ตลอดจนมีการแบ่งเป็นรายอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการรวมตัวอย่างเข้มแข็ง มีพลังและอำนาจต่อรองกับนายจ้างมากกว่าหลายประเทศในอาเซียน ซึ่งยังไม่เปิดให้รวมกลุ่มอย่างเป็นรูปธรรม หรือรวมได้แต่ไม่มีพลังต่อรอง

อย่างไรก็ตาม การต่อรองกับนายจ้างของกลุ่มแรงงานในญี่ปุ่น มักเป็นรูปแบบของเวทีเจรจาอย่างประนีประนอม มากกว่าการรวมตัวกันประท้วง เพราะนายจ้างญี่ปุ่นก็ให้ความสำคัญกับเรื่องแรงงานสัมพันธ์ ขณะที่ลูกจ้างหรือแรงงานก็ไม่อยากให้องค์กรตัวเองเสียหายจากการหยุดงาน ซึ่งจะกลับมาส่งผลกระทบกับตัวเองในภายหลัง

ขณะที่เรื่องมาตรฐานฝีมือแรงงานนั้น เซคิกุชิ เล่าว่า ทุกอาชีพที่ญี่ปุ่นจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของตัวเอง เพื่อรองรับมาตรฐาน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพนั้นๆ เป็นผู้กำกับดูแล แตกต่างจากของไทยและหลายประเทศในอาเซียนที่ปัจจุบันยังมีแค่กลุ่มวิชาชีพระดับสูงที่มีสภารองรับเท่านั้น ทำให้ยังขาดมาตรฐานที่ชัดเจน

สำหรับเรื่องแรงงานนอกระบบของญี่ปุ่นนั้น เซคิกุชิ บอกว่า ไทย อาเซียน และญี่ปุ่น มีความแตกต่างกันมาก ปัจจุบันไทยมีแรงงานนอกระบบอยู่กว่า 60% บางประเทศในอาเซียนมีมากกว่านั้น ขณะที่ญี่ปุ่นเองเหลืออยู่เพียง 23% เพราะพยายามนำแรงงานเข้าสู่ระบบให้หมด

เกณฑ์การแบ่งแรงงานนอกระบบของแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน แต่เกณฑ์หนึ่งคือเรื่องการได้รับสวัสดิการ โดยเฉพาะประกันสังคม

“ไทยเองถือว่าได้พยายามจัดสวัสดิการให้แรงงานในประเทศแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ และยังไม่ครอบคลุม เช่น กลุ่มแรงงานนอกระบบ จริงๆ กลุ่มดังกล่าวบางคนมีรายได้มากกว่าแรงงานในระบบด้วยซ้ำ แต่ปัญหาของคนกลุ่มนี้คือการขาดความมั่นคงทางรายได้ หากกลุ่มนี้วางแผนการใช้จ่ายเงินผิดพลาดจนไม่มีเงิน จะไปกู้ในระบบก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีหลักประกันเรื่องเงินเดือน ก็ต้องไปกู้นอกระบบ และนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา”

สวัสดิการอย่างหนึ่งที่ญี่ปุ่นจัดไว้สูงกว่าไทยอย่างชัดเจน คือ บำนาญ ญี่ปุ่นจัดบำนาญไว้หลายรูปแบบ หากเป็นแรงงานในระบบก็จะได้รับเงินเฉลี่ยสูงกว่าของไทย ขณะเดียวกันยังมีบำนาญประชาชนให้แก่กลุ่มนอกระบบด้วย

เซคิกุชิ ทิ้งท้ายว่า ญี่ปุ่นอาจใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะพัฒนาแรงงานนอกระบบให้เข้ามาสู่แรงงานในระบบได้ แต่ของไทยจำเป็นต้องพัฒนาจุดนี้ให้เร็วกว่า เพราะเศรษฐกิจของไทยพัฒนาเร็วกว่าญี่ปุ่น และสถานการณ์โลกเปลี่ยนไปเร็วกว่าเมื่อก่อน มีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของภูมิภาคต่างๆ มากขึ้น หากไม่มีการปรับแก้กฎหมายและการปรับเปลี่ยนโดยเร็ว จะทำให้แรงงานถูกเอาเปรียบและส่งผลต่อภาพรวมประเทศในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท