posttoday
ผลตอบแทนพันธบัตรลดลงตามแรงคาดอาจลดดอกเบี้ยนโยบาย

ผลตอบแทนพันธบัตรลดลงตามแรงคาดอาจลดดอกเบี้ยนโยบาย

25 กุมภาพันธ์ 2557

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (17-21 ก.พ. 2557) มีมูลค่ารวม 421,431 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 84,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 25% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 62% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 262,574 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 109,222 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 10,954 ล้านบาท หรือคิดเป็น 26% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (17-21 ก.พ. 2557) มีมูลค่ารวม 421,431 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 84,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 25% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 62% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 262,574 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 109,222 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 10,954 ล้านบาท หรือคิดเป็น 26% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 5.3 ปี) LB176A (อายุ 3.3 ปี) และ LB155A (อายุ 1.2 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 30,952 ล้านบาท 26,372 ล้านบาท และ 11,011 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย คือ รุ่น CB14311A (อายุ 14 วัน) CB14522B (อายุ 91 วัน) และ CB14410A (อายุ 48 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 34,209 ล้านบาท 32,582 ล้านบาท และ 15,238 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ปตท. รุ่น PTTC15NA (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 877 ล้านบาท หุ้นกู้ของธนาคาร เกียรตินาคิน รุ่น KK144A (A) มูลค่าการซื้อขาย 705 ล้านบาท และหุ้นกู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา รุ่น BAY152B (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 565 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield) ปรับตัวลดลงตลอดทั้งเส้น ในช่วงประมาณ 1 ถึง 7 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) เนื่องจากนักลงทุนในตลาดคาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย (RP 1 Day) ลงในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันพุธที่ 12 มี.ค. 2557 นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากสิ้นปี 2556 ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไตรมาส 4 ปี 2556 ว่า ขยายตัวเพียง 0.6% ขณะที่เศรษฐกิจตลอดทั้งปี 2556 ขยายตัวเท่ากับ 2.9% ซึ่งต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ พร้อมกันนี้ สศช. ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2557 เหลือเพียง 34% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 45% เนื่องจากความล่าช้าของการดำเนินการตามแผนการลงทุนของภาครัฐและการบริโภคภายในประเทศที่ยังคงชะลอตัว

นอกจากนี้แล้วการประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลไทย โดย Moody’s ที่ระดับ Baa1 พร้อมให้แนวโน้มมีเสถียรภาพ เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติมากขึ้น ส่งผลให้มีเม็ดเงินต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้อีกครั้ง โดยเฉพาะในตราสารหนี้ระยะยาว และมีส่วนทำให้อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลง

อย่างไรก็ตาม จากรายงานผลการประชุม FOMC ครั้งล่าสุดที่ส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดขนาดของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในช่วงถัดไป อาจกดดันให้กระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดเกิดใหม่รวมถึงประเทศไทยได้อีก ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน 886 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 2,491 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 1,605 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อยมียอดขายสุทธิ 238 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท