posttoday
การล่าอาณานิคมยุคอาณาจักรมังกรภาค 2

การล่าอาณานิคมยุคอาณาจักรมังกรภาค 2

25 กุมภาพันธ์ 2557

วันนี้ก่อนมังกรน้อย (พระเอกของเรื่อง) กำลังพิจารณาขยะที่กองไว้ตรงหน้า นั่งมองแล้วปลง เริ่มคิดได้ว่านี่แหละตัวปัญหาที่สุดของฉัน เขาเอาของที่มีทั้งหมดขายทิ้ง ประมาณว่าใช้เวลาพอสมควรเลยที่ทยอยขายของสะสมต่างๆ ตั้งแต่ เสื้อผ้า นาฬิกา เข็มขัด กระเป๋า รถยนต์ ใช่ !! รถยนต์นี่ตัดใจขายยากสุด เพราะพอขายเสร็จแล้วเริ่มลำบากเลย เนื่องจากเราดันไปซื้อบ้านที่อยู่ไกลถึงรังสิต แต่ตัวเองทำงานที่สีลม ก็เลยต้องขับรถเข้าเมืองทุกวัน เอาแค่ค่าเดินทางก็อ้วกแล้ว ค่า Toll Way ค่าน้ำมัน เอาล่ะคราวนี้ขายบ้าน ขายโคตรยากเลย เพราะทำเลที่ซื้อมาผ่อนตั้งนาน เพิ่งรู้ว่าราคาบ้านฉันมันไม่ได้เพิ่มเลย อยากขายก็แทบจะขายไม่ได้ เดชะบุญ!!

วันนี้ก่อนมังกรน้อย (พระเอกของเรื่อง) กำลังพิจารณาขยะที่กองไว้ตรงหน้า นั่งมองแล้วปลง เริ่มคิดได้ว่านี่แหละตัวปัญหาที่สุดของฉัน เขาเอาของที่มีทั้งหมดขายทิ้ง ประมาณว่าใช้เวลาพอสมควรเลยที่ทยอยขายของสะสมต่างๆ ตั้งแต่ เสื้อผ้า นาฬิกา เข็มขัด กระเป๋า รถยนต์ ใช่ !! รถยนต์นี่ตัดใจขายยากสุด เพราะพอขายเสร็จแล้วเริ่มลำบากเลย เนื่องจากเราดันไปซื้อบ้านที่อยู่ไกลถึงรังสิต แต่ตัวเองทำงานที่สีลม ก็เลยต้องขับรถเข้าเมืองทุกวัน เอาแค่ค่าเดินทางก็อ้วกแล้ว ค่า Toll Way ค่าน้ำมัน เอาล่ะคราวนี้ขายบ้าน ขายโคตรยากเลย เพราะทำเลที่ซื้อมาผ่อนตั้งนาน เพิ่งรู้ว่าราคาบ้านฉันมันไม่ได้เพิ่มเลย อยากขายก็แทบจะขายไม่ได้ เดชะบุญ!!

ในที่สุด ผมก็ขายบ้านหลังนี้ไปได้ พูดง่ายๆ เลยว่า ทั้งหมดที่เล่ามาผม Reverse Engineer วงจรอุบาทว์ของชีวิตติดหนี้ ด้วยการเริ่มขายของหรูบ่งบอกฐานะความไฮโซของผมเพื่อคืนหนี้บัตรเครดิต จากนั้นผม ก็ขายรถ ขายบ้าน แล้วคืนหนี้รถและหนี้บ้าน คุณรู้ไหมผมขายทุกอย่างที่มียังใช้หนี้ไม่หมดเลย

“มันบ้าโคตรๆ เลยคุณรู้ไหม ทีแรกผมคิดว่าสิ่งที่ผมซื้อมาทั้งหมด มันคือ Asset แต่จริงๆ ทุกอย่างที่ผมซื้อมาก่อนหน้านี้ เกือบทุกอย่างมันเป็นขยะ – ครับ!! จากนั้นผมก็กลับไปหาพ่อแม่ แล้วบอกว่าผมขออยู่กับท่านชั่วคราว คือผมยังโชคดีกว่าคนต่างจังหวัดหลายๆ คนนะที่ไม่มีบ้านพ่อแม่ ตรงนี้แหละที่ทำให้ผมสามารถล้างหนี้ได้เร็ว”

“หลังจากนั้นผมก็ทุ่มทำงานพยายามเก็บเงินมากที่สุดเพื่อปลดหนี้ทั้งหมดประมาณ 2 ปี หนี้ทุกอย่างผมใช้หมด ผมขายทุกอย่างทิ้งหมด วันนี้ผมเริ่มต้นที่ศูนย์ใหม่ คุณรู้ไหม ผมรู้สึกอิสระจริงๆ คือ มันเหมือนเกิดใหม่น่ะ ความรู้สึกที่ไม่มีใบแจ้งหนี้มาทุกสิ้นเดือน หนี้บัตรเครดิต หนี้บ้านโคตรดี ถึงวันนี้ผมจะไม่มีอะไร แต่ผมก็ไม่มีหนี้ !!”

“คุณรู้ไหมผมรู้สึกดีจนต้องขับรถไปมหาวิทยาลัย ไปหารุ่นน้องที่กำลังเรียนอยู่ ผมไปเล่าเรื่องนี้ให้เด็กรุ่นน้องฟังว่า” น้องรู้ไหม 5 ปีหลังจากพี่เรียนจบ พี่กู้ซื้อรถ กู้ซื้อบ้าน แล้วก็ซื้อทุกอย่างที่เคยอยากได้ พี่ใช้ Brandname สุดเท่ทุกชิ้นในตัว วันนั้นพี่รู้สึกว่าพี่เป็นเจ้าโลกเลย (เจ้าโลก) คือ พี่ได้งานเงินเดือนสูงกว่าเพื่อนๆ แล้วก็มีทุกอย่างที่เคยอยากจะมี แต่ปัญหาอย่างเดียวของพี่ คือ หนี้ของพี่มันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเวลาผ่านไป หนี้พี่ก็ยิ่งเพิ่ม พี่ก็ยิ่งเครียด เครียดก็ยิ่งใช้เงินซื้อของเพิ่มแก้เครียด สุดท้ายพี่เครียดจนเกือบจะฆ่าตัวตาย”

(รุ่นน้องอุทานขึ้น) “เฮ้ย!! จริงดิพี่ ผมมองพี่เป็น IDOL เลยนะ พี่เรียนก็เก่งโคตรๆ แถมได้งานในบริษัทในฝันผมเลย เงินเดือนก็สูง แล้วพี่ก็มีรถ BMW สุดเท่ มีบ้าน มีแฟนสวย มันสุดยอดน่ะ – แล้วพี่จะมาฆ่าตัวตายทำไม บ้าป่ะพี่?”

“เอ็งไม่รู้อะไร การเป็นหนี้มันโหดมาก มันเครียด มันทำให้พี่ทะเลาะกับทุกคนรอบข้าง ยิ่งเครียดยิ่งใช้เงิน ก็ยิ่งเป็นหนี้หนักขึ้น ทะเลาะกับแฟนประจำ สุดท้ายเลิกกัน...!!”

“อ้าวพี่ แล้วลูกพี่ล่ะ ใครเลี้ยง...!!”

คำถามอันนี้ทำให้รุ่นพี่คนนี้น้ำตาแตกขึ้นมา “ชีวิตแมร่งโหดว่ะ !!!...แมร่งไม่เคยบอกกูเลยว่ามันโหดแบบนี้ จากคนเรียนเก่งอย่างพี่ มันถึงจุดตกอับแบบนี้ได้อย่างไร แต่เอ็งรู้ไหม วันนี้พี่ย้ายมาอยู่กับพ่อแม่ เอาลูกให้พ่อแม่ช่วยเลี้ยง แล้วก็ขายทุกอย่างที่มี ของหรู รถยนต์ บ้าน แล้วก็ผ่อนหนี้หมดแล้ว แม่งโคตรสุขเลยรู้ไหม มันสุขมากที่เราได้มายืนที่จุดเริ่มต้น”

“แล้วพี่เอาไงต่อล่ะครับ?”

“ก็เริ่มใหม่สิวะ วันนี้พี่ไม่มีหนี้ แต่พี่ยังมีงาน พี่ก็เริ่มทำงานด้วยสมองที่อิสระขึ้น วันนี้ผลงานพี่ก็ดีขึ้น เพราะมันไม่เครียดไง พี่ทำงานหนักมากเลย จมอยู่กับงาน ใครให้ช่วยอะไรพี่ทำหมด วันนี้ดีอย่างหนึ่ง คือ พี่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับบริษัท รู้ว่าจะทำไงให้บริษัทโตขึ้น ขายของได้มากขึ้น พี่รู้กระทั่งว่าอุตสาหกรรมนี้มันจะต้องเปลี่ยนยังไงให้ดีขึ้น”

“พี่หมายความว่าอะไรครับ พี่จะออกมาตั้งบริษัทตัวเองเหรอ ?”

“ยังหรอก !! เงินพี่ยังไม่พร้อม พี่ต้องทำงานเก็บเงินให้มากขึ้น วันนี้พี่ก็มีงานกับลูกนี่แหละที่ทำให้พี่มีพลังในการสู้ต่อ แต่แน่นอนวันหนึ่งพี่จะเก็บเงินเปิดบริษัทของตัวเองให้จงได้ เอ่อน้องฟังพี่มานานแล้ว คือจริงๆ พี่มาหาน้องนี่ พี่ไม่ใช่จะมาเล่าชีวิตพี่ให้ฟัง แต่พี่มีโอกาสมาให้น้อง!!”

“โอกาสอะไรครับพี่!!”

ว่าแล้วชายคนนี้ก็หยิบสมุดขายตรงขึ้นมาวางบนโต๊ะ แล้วจากนั้น “วงแตก” ทุกคนเริ่มงงว่ารุ่นพี่มาทำอะไรนี่ เอาสินค้าขายตรงมาขายรุ่นน้องรึนี่ ? เอาแล้วซิครับ ขายตรง !!! แล้วไงต่อล่ะ ?

(อาณาจักรมังกรยังไม่จบ โปรดติดตามต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท