
IVLซื้อกิจการต่อยอดกำไร
มั่นใจเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวธุรกิจขาขึ้นครึ่งปีแรกจ่อซื้อ2บริษัทงบลงทุนหมื่นล.
มั่นใจเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวธุรกิจขาขึ้นครึ่งปีแรกจ่อซื้อ2บริษัทงบลงทุนหมื่นล.
“IVL” ลุยซื้อกิจการต่อหลังเว้นไป 2 ปี มั่นใจเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ครึ่งปีแรกจ่อซื้อ 2 แห่ง กำไรดี
นายดีลิป กุมาร์ อากาวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) เปิดเผยว่า ภายในครึ่งปีแรกนี้บริษัทจะซื้อกิจการอีก 2 แห่ง ใน MENA ประเทศแอฟริกา หนึ่งในนั้นน่าจะมีกำหนดการซื้อที่แน่นอนช่วงปลายเดือน มี.ค. คือ โรงงาน PET ขณะที่อีกแห่งจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับไฟเบอร์ ซึ่งจะมีกำลังการผลิตเพิ่มเข้ามา 4.3 แสนตัน
นอกจากนั้น คาดว่าในครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มที่จะซื้อกิจการเพิ่มอีกในธุรกิจที่ IVL ยังไม่มี เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการบรรจุหีบห่อ
เมื่อวันที่ IVL ได้ประกาศซื้อกิจการของ PHP Fibers GmbH มีโรงงานตั้งอยู่ในทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และสาธารณรัฐประชาชนจีน ผลิตเส้นใยถุงลมนิรภัย ซึ่งมีกำลังการผลิตที่ 1 แสนตัน แต่ภายในไตรมาส 3 นี้จะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 2.5 แสนตันให้ได้ และคาดว่าจะทำรายได้ให้กับบริษัทถึง 320 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี แต่ปี 2557 จะรับรู้ได้ไม่เต็มปี
สาเหตุที่บริษัทเริ่มกลับมาซื้อกิจการเพิ่มขึ้นหลังได้เว้นวรรคไปประมาณเกือบ 2 ปี เนื่องจากมองว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวและปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ ยุโรปที่เริ่มมีเสถียรภาพ และเศรษฐกิจจีนที่คาดว่าปีนี้จะขยายตัวถึง 7% ซึ่งเป็นระดับที่ดี
สำหรับงบลงทุนปีนี้ตั้งไว้ที่ 300400 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 11.3 หมื่นล้านบาท เพื่อปรับปรุงการผลิตและขยายกำลังการผลิต ที่คาดว่าปีนี้จะขยายได้เพิ่มเป็น 6.6 ล้านตัน จากปีก่อนที่ 5.8 ล้านตัน ซึ่งงบลงทุนดังกล่าวไม่รวมการซื้อกิจการเพิ่มเติม โดยเงินทั้งหมดจะมาจากการกู้เงินจากสถาบันการเงินและเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท ปัจจุบันมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) 1.2 เท่า
นายดีลิป กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่ากำไรสุทธิปีนี้จะมากกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากคาดว่ารายได้จะโตจากปีก่อน 17% มาเป็น 8,700 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปีก่อน 7,800 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่กำไรสุทธิก่อนหักภาษี ดอกเบี้ยและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) ก็น่าจะเติบโตมากกว่ารายได้ ซึ่งมาจากปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิตที่ขยายตัว รวมทั้งจากผลการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตทั้งโรงงาน PET ซึ่งจะส่งผลให้โดยรวมบริษัทมีต้นทุนการผลิตที่ถูกลงตามการประหยัดต่อขนาด และเริ่มดำเนินงานของโรงงานเส้นใยและเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์ CP4 ในประเทศอินโดนีเซีย ที่จะเพิ่มกำลังการผลิตใหม่เข้ามาอีก 7 แสนตัน
“ตอนนี้ธุรกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและธุรกิจน่าจะเข้าสู่วงจรขาขึ้นแล้ว ยกเว้นเพียงแต่ธุรกิจ PTA ราคายังเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำโดยเฉพาะจาก PTA ประเทศจีน ตอนนี้บริษัทพยายามลงทุนในธุรกิจผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ให้มูลค่าเพิ่มสูงขึ้น” นายดีลิป กล่าว
IVL ยังคงมีผลการดำเนินงานที่น่าผิดหวังโดยมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2556 กว่า 469 ล้านบาท ผิดจากที่ตลาดคาด
นายเบญจพล สุทธิ์วนิช นักวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด คาดว่า IVL จะมีกำไรสุทธิ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากส่วนต่างราคา PTA (เอเชีย) ที่ลดลงมากถึง 36% จากไตรมาส 3 ปี 2556 เหลือ 72 เหรียญสหรัฐต่อตัน รวมทั้งมีขาดทุนสต๊อกและรายการด้อยค่าสินทรัพย์ที่มากกว่าคาดถึง 408 ล้านบาท
ด้านผลประกอบการปี 2556 ยังคงได้รับผลกระทบจากอัตรากำไรของ PTA ที่ลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 7.6% กำไรสุทธิทั้งปี 2556 จึงลดลงเหลือเพียง 1,300 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด 44%
“เราเชื่อว่าผลประกอบการของ IVL จะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยประเมินว่าปีนี้กำไรจากธุรกิจปกติจะพลิกกลับมามีกำไร”







