posttoday
ต่างชาติเมินหุ้นไทย

ต่างชาติเมินหุ้นไทย

25 กุมภาพันธ์ 2557

ติดหล่มการเมืองถูกดีดออกจากTIPเชียร์หุ้นส่งออกสิ้นปีเห็นค่าบาท33.6

ติดหล่มการเมืองถูกดีดออกจากTIPเชียร์หุ้นส่งออกสิ้นปีเห็นค่าบาท33.6

ตลาดหุ้นไทยติดหลุมลึกการเมือง หลุดกลุ่ม TIP ต่างชาติไม่รีบซื้อ ธนชาตเชียร์ซื้อธุรกิจอานิสงส์บาทอ่อน

วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยยังคงปรับตัวลงต่อหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนีร่วงลงไปต่ำสุดเกือบ 10 จุด ดัชนีหลุดระดับ 1,300 จุด แต่ในช่วงบ่ายมีแรงไล่ซื้อหุ้นกลับ กระชากดัชนีฟื้นมาปิดที่ 1,301.38 จุด ลดลง 2.83 จุด มูลค่าการซื้อขาย 19,529.64 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อต่อ 211 ล้านบาท และรายย่อยช้อน 1,339.55 ล้านบาท

ทั้งนี้ แรงขายยังพุ่งเป้าไปยังหุ้นในกลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) นำโดยบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ระหว่างวันหายไป 9 บาท ก่อนกระเตื้องขึ้นมาลดลงเพียง 4 บาท ปิดที่ 206 บาท

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่มีเหตุการณ์รุนแรงบ่อยครั้ง บล.ธนชาต ออกบทวิเคราะห์แนะนำให้ซื้อหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท กลุ่มที่มีรายได้อิงกับธุรกิจส่งออก เพราะมีแนวโน้มชนะตลาดในระยะกลางยาว ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) และบริษัท จีเอฟพีที (GFPT) โดยคาดว่ากำไร CPF และ TUF มีการเติบโตเทิร์นอะราวด์ในปีนี้ ด้วยอัตราการเติบโตของกำไรสูงถึง 129% และ 66% ตามลำดับ

ทั้งนี้ บล.ธนชาต คาดว่าค่าเงินบาทปลายปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 33.6 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นผลจากเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอจากปัญหาการเมือง อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มปรับลดลงอีก 0.25% เป็น 2% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กลางเดือน มี.ค.นี้ และการลดวงเงินคิวอี ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร TUF กล่าวว่า ธุรกิจเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2556 จากตัวเลขยอดขายทั้งรูปเงินเหรียญสหรัฐและเงินบาทที่เติบโตขึ้น 8% และ 15% ตามลำดับ และกำไรสุทธิในครึ่งปีหลังที่เติบโตถึง 76% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก โดยทำได้ 1,819 ล้านบาท จากจำนวน 1,033 ล้านบาท ซึ่งรวมทั้งปีมีกำไรสุทธิ 2,852 ล้านบาท ลดลงถึง 1,841 ล้านบาท หรือ 39.22% เทียบกับกำไรสุทธิ 4,693 ล้านบาทในปี 2555

คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เสนอการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนหลัง ในอัตราหุ้นละ 0.89 บาท

นายปฏิภาณ สุคนธมาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายบัญชีและการเงิน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคัล (PTTGC) กล่าวว่า ผลดำเนินงานในปีนี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา เพราะคาดว่าจะไม่มีการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนเหมือนกับปี 2556 เนื่องจากเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลง จะส่งผลดีต่อบริษัทที่มีรายได้และค้าขายในรูปของเงินเหรียญสหรัฐ และมองว่าปีนี้น่าจะเห็นค่าเงินบาทอ่อนค่าถึงระดับ 33 บาทกว่าๆ ได้

บทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยถูกดีดออกจากกลุ่มประเทศ TIP (ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย) ซึ่งเห็นว่าการไหลกลับมาของเงินทุนต่างชาติรอบนี้จะเข้าไปที่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ชัดเจน โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่ซื้อสุทธิต่อเนื่อง 13 วันทำการ รวมกว่า 627 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ฟิลิปปินส์ซื้อสุทธิต่อเนื่อง 3 วันทำการ รวม 79 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,581 ล้านบาท ส่งผลให้ตลาดหุ้นเหล่านี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ หุ้นอินโดนีเซียขึ้นมาตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. กว่า 5.1% หากนับจากต้นปีเพิ่มขึ้นกว่า 8.7% ส่วนฟิลิปปินส์บวกตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. 4.4% และตั้งแต่ต้นปีบวกกว่า 7.1% สวนทางกับหุ้นไทยยังขายสุทธิต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. ขายสุทธิสะสมกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 6.53 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ดัชนีบวกแค่ 0.4% นับตั้งแต่ต้นปี และบวก 2.3% จากต้นเดือน ก.พ. ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าไทยกำลังติดหล่มการเมือง

“ภายใต้สถานการณ์การเมืองไทยที่เริ่มเล่นแรงและเลวร้ายลง อาจเป็นตัวเร่งทำให้นักลงทุนต่างชาติขายต่อเนื่องได้อีก สวนทางกับเข้าซื้ออินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เมื่อผสมกับแรงขายจากสถาบันในประเทศ ที่ซื้อหุ้นในช่วงก่อนหน้าและถือหุ้นไว้เป็นจำนวนมาก อาจกดดันดัชนีหุ้นไทยให้ลงต่อเนื่องได้”

ในภาวะแบบนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่ส่อว่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง และหันไปเน้นหุ้นปันผลอิงเศรษฐกิจต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท