posttoday
ผนึก 3 บริษัทไอซีทีไทยบุกอาเซียนขุดทอง 6 หมื่นล.

ผนึก 3 บริษัทไอซีทีไทยบุกอาเซียนขุดทอง 6 หมื่นล.

25 กุมภาพันธ์ 2557

ปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะเปิดอย่างเป็นทางการ ทุกประเทศต้องเร่งมือลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมความพร้อมและความแข็งแกร่ง เพื่อดึงดูดการลงทุนสร้างความเท่าเทียมกันทางการแข่งขันระหว่างประเทศสมาชิก รวมถึงประเทศอื่นๆ ดังนั้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในหลายประเทศยังเป็นที่ต้องการอยู่มาก ทั้งในพม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งถือเป็น 4 ประเทศหลักที่ตลาดยังเปิดกว้าง โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาทในปีนี้ โดยเฉพาะพม่าที่กำลังจะเปิดประเทศและจะมีการลงทุนโทรคมนาคมครั้งใหญ่

ปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะเปิดอย่างเป็นทางการ ทุกประเทศต้องเร่งมือลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมความพร้อมและความแข็งแกร่ง เพื่อดึงดูดการลงทุนสร้างความเท่าเทียมกันทางการแข่งขันระหว่างประเทศสมาชิก รวมถึงประเทศอื่นๆ ดังนั้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในหลายประเทศยังเป็นที่ต้องการอยู่มาก ทั้งในพม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งถือเป็น 4 ประเทศหลักที่ตลาดยังเปิดกว้าง โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาทในปีนี้ โดยเฉพาะพม่าที่กำลังจะเปิดประเทศและจะมีการลงทุนโทรคมนาคมครั้งใหญ่

ทั้งหมดคือโอกาสในการบุกตลาดไอซีทีในอาเซียน และไทยก็ถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการทำตลาดนี้ แต่เพื่อสร้างความได้เปรียบการที่แต่ละบริษัทจะลุยเดี่ยวเข้าไปตรงๆ เหมือนที่ผ่านมา ก็อาจจะพบกับความลำบากในการแข่งขัน ดังนั้น 3 ยักษ์ใหญ่วงการไอซีที ได้แก่ บริษัท สามารถ คอมมิวนิเคชั่น เซอร์วิส ในกลุ่มบริษัท สามารถฯ บริษัท ล็อกซเล่ย์ ไวร์เลส ในกลุ่มบริษัท ล็อกซเล่ย์ และบริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี หรือเอไอที จึงหันมาร่วมมือกันเพื่อดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีไอซีทีครบวงจรในภูมิภาคนี้

ทั้ง 3 บริษัท ถือหุ้นเท่าๆ กัน ใช้ทุนจดทะเบียนในเบื้องต้น 30 ล้านบาท ภายใต้ชื่อบริษัท เอส แอล เอ เอเชีย และแต่งตั้ง สุรกิจ เกียรติธนากร ซึ่งเชี่ยวชาญด้านพัฒนาธุรกิจเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป้าหมายแรกคือเจาะตลาดซีแอลเอ็มวี หรือกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม โดยตั้งเป้ารายได้ 3 ปีแรกเบื้องต้นที่ 1,000 ล้านบาท

สุรกิจ ซีอีโอของ เอส แอล เอ เปิดเผยว่า ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จคือ ความร่วมมือของ 3 บริษัท ที่แต่เดิมต่างคนต่างเจาะตลาดด้วยตัวเอง เมื่อหันมาร่วมมือกันได้สร้างให้เกิดความแข็งแกร่งมากขึ้น มีความน่าเชื่อถือจากผลงานที่ผ่านมา การรุกเข้าทำตลาดได้ดีขึ้น ยิ่งเมื่อผสานประสบการณ์ในเชิงลึกด้านเทคโนโลยีไอซีที โดยเฉพาะงานโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น การวางระบบเครือข่ายการสื่อสาร การบริหารจัดการระบบข้อมูลสารสนเทศ การออกแบบติดตั้งระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย การให้บริการคอลเซ็นเตอร์ ทำให้โอกาสของเอส แอล เอ มีมากขึ้น

ปัจจัยต่อมาคือการมีพันธมิตรท้องถิ่น ซึ่งไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านทำให้ง่ายต่อการเจรจาร่วมมือ รวมถึงการมีสายสัมพันธ์ในอดีตอยู่แล้วจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น และสุดท้ายตลาดไอที โทรคมนาคมของทุกประเทศกำลังขยายตัว พม่า ที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐาน ลาว ที่แม้ตลาดจะเล็กแต่ก็มีความต้องการต่อเนื่อง กัมพูชา ที่มีความต้องการไอทีโซลูชั่น แม้ว่าโทรคมนาคมจะเต็มแล้ว และสุดท้ายคือ เวียดนาม ที่การแข่งขันสูงแต่ต้องเฝ้าระวังไว้

“รายได้ 1,000 ล้านบาท ใน 3 ปี เป็นเป้าหมายในเบื้องต้น โดย เอส แอล เอ จะเริ่มงานในเดือน เม.ย.นี้เป็นโครงการแรก โดยเน้นในพม่าเป็นหลักก่อน ซึ่งรายได้มากกว่า 50% จะมาจากพม่า แต่ก็ไม่ทอดทิ้งตลาดประเทศอื่น เพราะยังมีธุรกิจเอกชนอื่นๆ เช่น ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจโรงแรม ซึ่งในอนาคตคาดว่าตัวเลขมูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล ดังนั้น จึงมีการวางแผนงานไว้ 2 ระยะ คือ ระยะสั้น สร้างพันธมิตร เน้นการขายและติดตั้ง และแผนระยะยาว นำเสนอโครงการแก่ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ” สุรกิจ กล่าว

สำหรับอุปสรรคในการทำตลาดต่างประเทศก็มีหลายปัจจัยที่ต้องระมัดระวังตั้งแต่สกุลเงินและค่าเงินที่แตกต่างกัน การยอมรับค่าเงินที่จะใช้และยังมีความผันผวนอีกด้วย รวมถึงการติดต่อสื่อสารด้วยภาษาท้องถิ่น ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คาดเคลื่อนและรวมไปถึงกฎหมายและกฎระเบียบที่แตกต่างกัน เนื่องจากโดยปกติการรับงานโครงการภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด ซึ่งหากความเข้าใจไม่ตรงกันก็เป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งเชื่อว่าพันธมิตรในท้องถิ่นจะมีบทบาทในประเด็นนี้

อีกประเด็นที่ต้องให้ความสนใจคือ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมือง นอกจากประเทศไทยแล้ว ในหลายประเทศการเมืองก็ไม่นิ่ง มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้น ต้องศึกษาและเรียนรู้ช่องทางและข้อจำกัดให้เข้าใจ เพื่อให้สอดคล้องกับการทำธุรกิจและนำไปสู่ความสำเร็จ

การรุกตลาดต่างประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ของทั้ง 3 บริษัท หรือแม้แต่บริษัทไทยอื่นๆ แต่รูปแบบของความร่วมมือเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการบุกเข้าทำตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งมือทำสร้างโอกาสทางธุรกิจเตรียมรับการเปิดเออีซี โดยรูปแบบความร่วมมือนี้อาจเป็นแบบอย่างให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ หันมาร่วมมือเพื่อขยายการทำตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท