
หนี้บริโภคดันเอ็นพีแอลพุ่ง
สภาพัฒน์เผยไตรมาส 4 สิ้นเชื่ออุปโภคหนี้เสียพุ่ง 26% หวั่นชาวนาได้เงินช้าเอ็นพีแอลพุ่ง
สภาพัฒน์เผยไตรมาส 4 สิ้นเชื่ออุปโภคหนี้เสียพุ่ง 26% หวั่นชาวนาได้เงินช้าเอ็นพีแอลพุ่ง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยปี 2556 พบว่า ไตรมาส 4 สินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 71,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.6% และที่ผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไปเพิ่มขึ้นสูงถึง 45.8% หรือมีมูลค่า 10,920 ล้านบาท ขณะที่ยอดค้างชำระบัตรเครดิตเกิน 3 เดือนขึ้นไปมี 6,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% สะท้อนให้เห็นความสามารถในการชำระหนี้ครัวเรือนลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวลดลง
“แม้ว่าเอ็นพีแอลสินเชื่ออุปโภคบริโภคจะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 2.2% ของสินเชื่อรวม แต่เป็นเครื่องชี้ว่าให้เห็นว่าความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนลดลง”รายงานระบุ
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มปี 2557 ภาวะการก่อหนี้เพิ่มความสามารถในการชำระหนี้เดิมจะขึ้นกับแนวโน้มเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนและค่าจ้างแรงงาน
ขณะที่ปี 2556 พบว่า ครึ่งปีแรกครัวเรือนมีหนี้ 159,492 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้น 8.7% แต่สัดส่วนครัวเรือนที่เป็นหนี้ลดลงจาก 55.8% ในปี 2554 เป็น 54.4% ในปี 2556 โดยเป็นการก่อหนี้เพื่อซื้อบ้านที่ดินเพิ่ม 17% หนี้เพื่ออุปโภคบริโภคเพิ่ม 7.8% ส่วนหนึ่งเพื่อซื้อรถตามโครงการคืนภาษีรถคันแรกและซื้อสินค้าชดเชยที่เสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554
สำหรับครึ่งหลังปี 2556 การใช้จ่ายครัวเรือนลดลงและภาระหนี้สินชะลอลง โดยสิ้นปี 2556 ธนาคารพาณิชย์มียอดคงค้างสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภค 3.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% ชะลอลงจาก 21.6% เมื่อสิ้นไตรมาส 4 ปี 2555
ด้าน บลูมเบิร์ก รายงานว่า ความล่าช้าของรัฐบาลไทยในการจ่ายเงินให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว กำลังทำให้ไทยมีความเสี่ยงต่อปัญหาหนี้ครัวเรือนมากขึ้น ขณะนี้ไทยมีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากมาเลเซียเท่านั้น
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง ให้ความเห็นว่า แม้ปริมาณเงินที่รัฐติดหนี้ชาวนาไม่ได้เป็นปริมาณมากนัก แต่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้มีรายได้ต่ำจำนวนมากที่ต้องใช้จ่ายรายวันด้วยการกู้ยืม
ทั้งนี้ สัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยต่อจีดีพีในไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว อยู่ที่ 80.1% เมื่อเทียบกับ 55.6% ในปี 2551 เฉพาะในปี 2556 นั้น สัดส่วนการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนได้พุ่งขึ้นถึง 8.7% และแม้ว่าระดับหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยจะตามหลังมาเลเซีย แต่กลับมีอัตราการเพิ่มขึ้นที่เร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียนในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา







