
ทีเอ็มบีชี้การเมืองฉุดเชื่อมั่นเอสเอ็มอีร่วงผล็อย
ดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี 3 เดือนหน้า ดิ่งสุดใน 7 ไตรมาส ชี้เป็นครั้งแรกที่ปัญหาการเมืองแซงหน้าเศรษฐกิจ
ดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี 3 เดือนหน้า ดิ่งสุดใน 7 ไตรมาส ชี้เป็นครั้งแรกที่ปัญหาการเมืองแซงหน้าเศรษฐกิจ
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี จากลูกค้าธุรกิจของธนาคารที่ใช้วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 50 ล้านบาท จำนวน 500 กิจการ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของเอสเอ็มอี ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2557 อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติที่ 41.1 ใกล้เคียงระดับ 40.1 และ 40.9 ในช่วงไตรมาส 34 ปี 2556 เนื่องจากผู้ประกอบการมองว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่สดใสนัก โดยธุรกิจการผลิตมีความเชื่อมั่นต่ำสุดที่ 38.4%
นอกจากนี้ ยังพบว่าดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจเอสเอ็มอีช่วง 3 เดือนข้างหน้า ปรับลดจาก 58.4 ลงมาอยู่ที่ 54.2 ถือว่าลดลงอย่างมีนัย และต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส จากความกังวลต่อภาวะการเมือง และเชื่อว่ารายได้กิจการอาจไม่กระเตื้องขึ้นจากปัจจุบัน ส่งผลต่อการตัดสินใจชะลอการลงทุนและจ้างงานในระยะถัดไป
ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่น่ากังวลที่สุดของธุรกิจเอสเอ็มอี คือ การเมือง โดยมีน้ำหนักเพิ่มจาก 21.3% ในไตรมาส 4 ปี 2556 เป็น 42.4% ทิ้งห่างความกังวลต่อเศรษฐกิจในประเทศที่มีน้ำหนัก 27.4% ถือเป็นครั้งแรกที่เอสเอ็มอีกังวลต่อการเมืองมากกว่าเศรษฐกิจนับตั้งแต่มีการสำรวจมา 7 ไตรมาส
“ในอีก 3 เดือนข้างหน้า การเมืองจะยังเป็นปัจจัยบั่นทอนความเชื่อมั่นเอสเอ็มอี ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวลง” นายเบญจรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี แนะนำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีในช่วงนี้บริหารสภาพคล่องด้วยความระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเริ่มมีสัญญาณการจ่ายเช็คล่าช้าในระบบเกิดขึ้นบ้างแล้ว ขณะเดียวกันควรสื่อสารกับคู่ค้าและธนาคารอย่างสม่ำเสมอจนกว่าปัจจัยการเมืองจะสิ้นสุดลง เพื่อร่วมกันหาทางออกอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อมีปัญห







