
ม.รังสิตเผยวิกฤตชุมนุมเศรษฐกิจสูญ4.9แสนล.
ม.รังสิต ชี้เศรษฐกิจไทยส่อแววถดถอย จีดีพีจ่อติดลบ การเมืองทำเศรษฐกิจเจ๊ง 4.9 แสนล้านบาท
ม.รังสิต ชี้เศรษฐกิจไทยส่อแววถดถอย จีดีพีจ่อติดลบ การเมืองทำเศรษฐกิจเจ๊ง 4.9 แสนล้านบาท
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการและคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยและเติบโตต่ำ โดยคาดว่าในครึ่งแรกปีนี้ เศรษฐกิจจะขยายตัวเพียง 0.5% ถึงติดลบ 0.5% และทั้งปีขยายตัว 2.5% แต่กรณีเลวร้ายที่สุด อาจจะติดลบ 0.5% จากเดิมคาดว่าขยายตัว 34%
“จุดเริ่มต้นของภาวะถดถอยจะปรากฏชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปีนี้ และไทยจะเสียโอกาสจากการเป็นศูนย์กลางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” นายอนุสรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ อัตราขยายตัวที่ลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตทางการเมืองเป็นหลัก โดยคาดว่าเศรษฐกิจและการลงทุนเสียหายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 4.9 แสนล้านบาท และกรณีเลวร้ายสุด หากเกิดสงครามกลางเมือง เกิดการนองเลือด หรือเกิดรัฐประหาร ไม่สามารถจัดทำงบประมาณปี 2558 เศรษฐกิจจะเสียหายกว่า 1 ล้านล้านบาท
“ขณะนี้ไทยเสียโอกาสมากมาย ทั้งที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้ภาคการส่งออกของไทยขยายตัว แต่ภาคการท่องเที่ยวไทยชะลอตัวลงจากปัจจัยทางการเมืองรวมถึงปัญหาความล่าช้าการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ และชาวนาได้เงินล่าช้าจากโครงการรับจำนำข้าว ซ้ำเติมให้เศรษฐกิจไทยถดถอยลงอีก” นายอนุสรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลควรจะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ด้วยการทยอยปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงจากปัจจุบัน 2.25% เหลือ 1.5% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ชดเชยนโยบายการคลังที่ยังมีปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณ
ขณะเดียวกัน จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาความความเดือดร้อนของชาวนา ต้องบริหารจัดการการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส เพื่อให้ได้สภาพคล่องมาชำระหนี้ชาวนา และทำให้เกิดภาระการคลังน้อยที่สุด ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจต่อระบบสถาบันการเงิน เพื่อปล่อยกู้หรือชำระเงินให้ชาวนาที่ถือใบประทวน รวมทั้งรัฐบาลควรทบทวนนโยบายการจำนำข้าว และการปฏิรูปภาคการเกษตรกรรม







