posttoday
ผู้นำกลางวิกฤต

ผู้นำกลางวิกฤต

24 กุมภาพันธ์ 2557

ในสถานการณ์วิกฤต ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับระดับไหน ตั้งแต่ครอบครัว บริษัท หรือจะใหญ่จนถึงระดับชาติ “ผู้นำ” คือคนที่มีบทบาทสำคัญที่จะคลี่คลายวิกฤต และนำพา “ผู้ตาม” ให้ฝ่าฟันวิกฤตไปได้

ในสถานการณ์วิกฤต ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับระดับไหน ตั้งแต่ครอบครัว บริษัท หรือจะใหญ่จนถึงระดับชาติ “ผู้นำ” คือคนที่มีบทบาทสำคัญที่จะคลี่คลายวิกฤต และนำพา “ผู้ตาม” ให้ฝ่าฟันวิกฤตไปได้

เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้เขียนได้พูดคุยกับคนในแวดวงพีอาร์คนหนึ่ง เธอเล่าให้ฟังถึงการแก้วิกฤตของบริษัทไอทีรายหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่ผลิตภัณฑ์มีปัญหา ถูกลูกค้าร้องเรียน แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่ก็ถือเป็นวิกฤตครั้งหนึ่งเหมือนกัน

ทายซิคะว่า สิ่งแรกที่เธอแนะนำกับผู้บริหารบริษัทดังกล่าวคืออะไร?

เธอบอกว่า สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การยอมรับความจริง ยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นจริง ก่อนที่บริษัทจะเรียกคืนสินค้าทั้งล็อต ซึ่งลูกค้าก็พอใจ ที่บริษัทไม่พยายามหลีกหนีความจริง สุดท้ายปัญหาจบลงด้วยความสุขของทุกฝ่าย ไม่กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวให้ใครๆ ต้องตามมาขุดคุ้ยวันแล้ววันเล่า

เรื่องนี้คงเหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับบริษัทข้ามชาติอีกหลายราย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค ที่ต้องออกโรงเรียกคืนสินค้าหลายระลอก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่า บริษัทไม่ได้ต้องการปกปิดความผิดพลาด

กรณีเหล่านั้น แตกต่างจากเรื่องอื้อฉาวของนโยบายการจำนำข้าวของประเทศไทย ที่นับตั้งแต่เริ่มโครงการมาจนถึงวันนี้ ผู้คนจากหลากหลายวงการ ทั้งไทยและเทศต่างทยอยออกมากล่าวซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า “เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงของไทย”

แต่ผู้นำรัฐบาลที่ชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ออกมาตอกย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นกันว่า โครงการรับจำนำข้าวมีประโยชน์ต่อชาวนา และยืนยันว่าไม่ได้ปล่อยให้มีการทุจริตจำนำข้าว และการระบายข้าวแต่อย่างใด

นายกรัฐมนตรีของไทยออกมาแถลงเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า “2 ปีที่ผ่านมา โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมาย ชาวนามีรายได้เพิ่ม...น่าเสียดายว่าความฝัน ความหวังจะลืมตาอ้าปากของชาวนาไทยกำลังโดนเกมการเมือง สร้างกระบวนการบ่อนทำลายอันรวดเร็วจนจะหมดสิ้นลงในไม่ช้า ดิฉันมีความเสียใจและต้องขอโทษพี่น้องชาวนาที่เหตุการณ์เอาชาวนาเป็นตัวประกันของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทำให้รัฐบาลไม่สามารถดำเนินโครงการได้ด้วยความราบรื่น”

แต่การเป็น “ผู้นำ” กลางวิกฤตของบ้านเมืองแบบนี้ ความเชื่อในสิ่งที่ตนเองคิดเพียงฝ่ายเดียวคงไม่เพียงพอค่ะ เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ “ผู้นำ” จะต้องทำให้ได้

ผู้นำต้องนำหลักฐานมากางพิสูจน์ให้ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายตัวเองและฝ่ายตรงข้าม เห็นและเชื่อมั่นได้ว่า สิ่งที่ผู้นำเชื่อมั่นนั้น เป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ว่าจะมีข้าวอยู่ในโกดังจริงๆ สถิติการระบายข้าว จำนวนเงินที่ได้จากการขายข้าว ฯลฯ

“ผู้นำ” ต้องกล้าออกมาพบปะ พูดจากับ “ชาวนา” กันแบบเห็นหน้าเห็นตาจริงๆ ชาวนาได้ฟัง ได้ซักถาม ผู้นำ เป็นการสื่อสารเป็นสองทาง ไม่ใช่แค่สื่อความผ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ หรือผ่านเฟซบุ๊ก ที่อีกฝ่ายอาจไม่มีโอกาสได้อ่าน หรือซักถามปัญหาคาใจ

หรือถ้าทบทวนแล้ว รู้ว่าเป็นความผิดพลาดของตนเอง ก็ต้อง “ยอมรับ” “ขอโทษ” และ “แก้ไข” ค่ะ

สิ่งที่สำคัญที่สุดยามวิกฤตแบบนี้คือ “การกระทำ” ค่ะ อย่าเอาแต่พูดอย่างเดียว อะไรที่คิดว่าช่วยแก้ปัญหาได้ ต้องเร่งทำค่ะ ชาวนาทุกคนกำลังรอเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเขา

ถ้ายังจินตนาการไม่ออกว่า ลำบากแค่ไหน ก็ลองสมมติว่า ตั้งใจทำงานแทบตาย แต่ไม่ได้เงินเดือนติดต่อกันซัก 45 เดือน จะมีชีวิตกันอย่างไร

หรือหากยังขายข้าวไม่ออก หาเงินกู้ไม่ได้ บรรดาคณะรักษาการบริหารประเทศ อาจลองงดรับเงินเดือน และสวัสดิการอื่นๆ จนกว่าจะหาเงินให้ชาวนาได้ก็ดีนะคะ จะได้เข้าใจหัวอก “ชาวนา” ฐานเสียงสำคัญของตัวเองอย่างลึกซึ้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท