
ไทยยังไม่ฟิตรวมประชาคม
แนะหารือชาติสมาชิกขอเลื่อนบางด้านชงรัฐบาลพลิกนโยบายเพิ่มขีดแข่งขัน
แนะหารือชาติสมาชิกขอเลื่อนบางด้านชงรัฐบาลพลิกนโยบายเพิ่มขีดแข่งขัน
เอกชนห่วงการเมืองทำหมดแรงขับเคลื่อนรวมอาเซียน แนะขอเลื่อนรวมบางด้าน ปรับนโยบายแข่งขัน
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีปัญหาการเมืองมาหลายปี การพัฒนาของประเทศไทยได้หยุดชะงักไปหลายด้าน รวมถึงภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และปัญหารอบนี้ยิ่งน่าเป็นห่วง เนื่องจากคาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้หลังครึ่งปีแรกไปแล้ว ซึ่งทำให้ไทยไม่มีแรงผลักดันเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรวมตัวของประชาคมอาเซียน
“ตอนนี้ไม่มีรัฐบาลขับเคลื่อนเรื่องอาเซียน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจหรือเออีซี สังเกตว่าตอนนี้ไม่มีใครพูดถึงเออีซีเลย ทั้งที่เป็นช่วงที่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้น ดังนั้นมองว่าอาจมีการพิจารณาและขอเลื่อนการรวมบางด้านที่ไทยยังไม่พร้อมไปก่อน” นายธนิต กล่าว
ขณะเดียวกัน ระยะนี้เป็นช่วงการปรับนโยบายเศรษฐกิจหลายด้านที่ทางการไทยต้องดำเนินการอย่างความระมัดระวัง โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่นพยายามเข้ามามีบทบาทด้านการค้าและลงทุนในอาเซียน และส่วนใหญ่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกสินค้าไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยตอนนี้ญี่ปุ่นส่งเสริมเอสเอ็มอีให้ลงทุนนอกประเทศ
ทั้งนี้ สอดคล้องกับที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีนโยบายจะดึงเอสเอ็มอีของญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนมากขึ้น ซึ่งบีโอไอต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง หากอุตสาหกรรมใดที่เอกชนไทยทำได้ดีอยู่แล้ว ก็ไม่ควรดึงการลงทุนเข้ามา เพราะจะเป็นการแย่งตลาด
นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า หากมีการปฏิรูปเศรษฐกิจ รัฐบาลใหม่ต้องคำนึงว่า ไทยมีระบบเศรษฐกิจแบบเปิดมาก และต้องพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ได้แก่ สหรัฐ จีน และญี่ปุ่นด้วย
สำหรับญี่ปุ่นจะมีการย้ายฐานการผลิตออกนอกประเทศอีกมาก ประกอบกับมีปัญหากับจีน จึงทำให้ญี่ปุ่นย้ายฐานมาอาเซียนมากขึ้น ซึ่งไทยต้องประเมินว่าจะเป็นเป้าหมายของนักลงทุนได้อย่างไร
ด้านจีนอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เน้นเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้นต่างจากอดีตที่เป็นซัพพลายเชนของโลก และเน้นการเติบโตจากต่างประเทศ รวมถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงของอาเซียนที่จะทำให้การเคลื่อนย้ายการค้า ลงทุน บริการ แรงงานและเงินทุนเป็นไปอย่างเสรี ซึ่งจะทำให้การใช้นโยบายประชานิยมไปแทรกแซงกลไกตลาดมีแต่จะสร้างความเสียหายให้ประเทศ เช่น นโยบายข้าวของไทยในขณะนี้
“เราต้องรื้อทั้งหมดทั้งเรื่องนโยบายราคา กลไกตลาด ไทยควรจะเป็นประเทศที่สามารถขี่กระแสเออีซีได้มากที่สุด เพราะเราอยู่ตรงกลางของประเทศอาเซียนที่จะมีการเติบโตสูงทั้งพม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม” นายสมภพ กล่าว







