posttoday
ฟายคูนา เมทัล

ฟายคูนา เมทัล

24 กุมภาพันธ์ 2557

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า หากรู้จักมองหาโอกาสที่มีอยู่รายรอบตัวให้ดี ก็จะพบช่องทางในการทำมาหากินได้ไม่น้อย

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า หากรู้จักมองหาโอกาสที่มีอยู่รายรอบตัวให้ดี ก็จะพบช่องทางในการทำมาหากินได้ไม่น้อย ซึ่งคำดังกล่าวสามารถสะท้อนได้จากบทเรียนในชีวิตจริงของ แมนเฟรด เซอร์เซนนี ศิลปินลูกครึ่งเชื้อสายอิตาเลียนกับเยอรมัน ที่สามารถผลักดันให้ตนเองกลายเป็นเจ้าของธุรกิจขายผลงานศิลปะชื่อดังของไลบีเรียได้ โดยอาศัยเพียงแค่เศษเหล็กจากซากอาวุธสงครามมาประดิษฐ์ผลงานศิลปะชั้นยอดได้อย่างน่าชื่นชม

ปัจจุบัน เซอร์เซนนีได้ก่อตั้งบริษัทของตนเอง ซึ่งมีชื่อว่า “ฟายคูนา เมทัลเวิร์ก” ขึ้นในไลบีเรีย โดยมีลูกจ้างในมืออยู่จำนวนหนึ่ง

ที่มาของธุรกิจผลงานศิลปะดังกล่าวเกิดจากการที่เซอร์เซนนีต้องการช่วยสมานบาดแผลในจิตใจของชาวไลบีเรีย หลังจากที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับภาวะสงครามกลางเมืองมานานกว่า 10 ปีเต็มๆ

ทั้งนี้ ต้องเข้าใจก่อนว่า “ไลบีเรีย” ซึ่งอยู่ในแอฟริกาตะวันตกตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1989 จนถึงปี 2003 ซึ่งได้ทำลายทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจและโครงสร้างทางสังคมของชาติอย่างหนัก

มิหนำซ้ำยังได้คร่าชีวิตของผู้คนไปกว่า 2 แสนคน ขณะที่ผู้คนอีกกว่าหลายแสนคนต้องอพยพย้ายถิ่นกลายเป็นคนไม่มีที่อยู่อาศัยไปในที่สุด

และถึงแม้ว่าสงครามจะจบลงไปแล้วในปี 2003 แต่ความเสียหายและบาดแผลเศษซากความเสียหายของสงครามก็ยังคงมีให้เห็นอยู่

ดังนั้น เซอร์เซนนี จึงมุ่งมั่นที่จะแปรเปลี่ยนอาวุธสงครามที่เคยใช้ฆ่าล้างเพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้กลายเป็นสิ่งสวยงามได้ เพื่อสมานและบรรเทาความเจ็บปวดของคนในไลบีเรีย

จึงไม่ต้องแปลกใจที่ในแต่ละวันหากใครได้มีโอกาสผ่านไปย่านแกลเลอรี ใกล้กับกรุงมอนโรเวีย เมืองหลวงของไลบีเรีย ก็จะเห็นเจ้าตัวเพียรพยายามคอยนั่งตัดเหล็กและถอดอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นปืนอาก้าหรืออาร์พีจีให้กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่สวยงามและน่ามอง

“สิ่งที่เป็นอาวุธที่สร้างความเจ็บปวดก็สามารถกลายเป็นสิ่งของที่สวยงามและใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้น ผมจึงต้องทำบางสิ่งเพื่อลบภาพความรุนแรงและความน่ารังเกียจของอาวุธสงครามให้หายไป” เซอร์เซนนี กล่าว

สำหรับที่มาของอาวุธปืนส่วนใหญ่นั้น เซอร์เซนนีก็เอามาจากอาวุธที่ได้มาจากการปลดระวางการใช้ลง ภายหลังจากมีการยุติสงครามกลางเมืองในไลบีเรีย โดยเจ้าตัวได้ลงทุนเดินทางไปหาเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในไลบีเรีย เพื่อจูงใจให้เชื่อมั่นว่าปืนที่เอาไปจะนำไปทำผลงานศิลปะ

แต่ก็ใช่ว่าอาวุธทุกอย่างจะมาจากการปลดระวางอาวุธ เพราะมีอาวุธปืนบางส่วนที่เซอร์เซนนีไปหาซื้อมาจากเจ้าของปืนที่มาขายให้ เนื่องจากรู้ว่าเจ้าตัวต้องการนำปืนที่ไม่ใช้แล้วไปใช้สร้างผลงานศิลปะ

ถึงกระนั้นแม้ว่าในปัจจุบันธุรกิจผลงานศิลปะจากอาวุธปืนของเซอร์เซนนีและลูกทีมจะกลายเป็นที่รู้จักกันดีทั่วประเทศแล้ว แต่เจ้าตัวกลับเลือกที่จะไม่หยุดยั้งความสำเร็จไว้เพียงเท่านี้ เนื่องจากเซอร์เซนนีเล็งที่จะขยายโปรเจกต์ผลงานศิลปะอีก อีกทั้งยังจะส่งออกผลงานศิลปะไปยังตลาดต่างประเทศ

จึงนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างธุรกิจจากแดนแอฟริกาตะวันตก ที่สามารถนำมาสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนได้ไม่น้อยทีเดียว เพราะแม้แต่สิ่งของที่ดูเหมือนจะไม่สามารถนำไปใช้ทำอะไรต่อได้แล้ว ก็สามารถนำมาปรับใช้และต่อยอดทางธุรกิจได้

ฉะนั้น หากใครคิดจะเริ่มทำธุรกิจเป็นของตนเอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะหยิบจับอะไรก็ดูจากธุรกิจงานศิลปะจากอาวุธปืนไปก่อนก็ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท