posttoday
3 บิ๊ก ธุรกิจชี้ช่องทางรอดเอสเอ็มอี

3 บิ๊ก ธุรกิจชี้ช่องทางรอดเอสเอ็มอี

24 กุมภาพันธ์ 2557

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังหันมาให้ความสนใจในประเทศแถบอาเซียนมากขึ้น

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังหันมาให้ความสนใจในประเทศแถบอาเซียนมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจมีความเจริญก้าวหน้าอย่างมาก และยิ่งเกิดการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็จะทำให้เกิดตลาดขนาดใหญ่ขึ้นในภูมิภาค เพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับธุรกิจแต่ละประเทศ ตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง ไปจนถึงขนาดเล็กที่เป็นเอสเอ็มอี

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดสัมมนา “Pizza Model” โมเดลความอยู่รอดอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีในยุควิกฤตขึ้นมา โดย 3 เถ้าแก่ใหญ่จาก 3 ธุรกิจมาร่วมแบ่งปันความรู้และให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เริ่มจาก วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ รองประธานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาจจิตต์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็พเพอร์ แอนด์ สไปซ์ ผู้ผลิตและส่งออกเครื่องเทศ เครื่องแกงสำเร็จรูปในเครือง่วนสูน ให้ข้อแนะนำว่า ในยุคนี้ผู้ประกอบการจะต้องประหยัดต้นทุน (Cost) ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดถึงจะอยู่รอด ต้องเชื่อมโยงธุรกิจที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ต้นทุนที่แข่งขันได้ (Value Chain) และต้องรวมกลุ่มกัน (Cluster) ธุรกิจจึงจะไปรอด

เขามองว่าผู้ประกอบการตั้งแต่ขนาดกลางถึงเล็กลงไป หรือเอสเอ็มอี เหมาะกับการค้าชายแดนมากที่สุด เนื่องจากเป็นการค้าขายที่มีความคล่องตัวและยังสามารถค้าขายได้หมดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จึงอยากให้ผู้ประกอบการมองตลาดการค้าชายแดนในกลุ่มลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) และจีนตอนใต้ เป็นตลาดใหม่

“ตลาดพม่าและจีนมีความน่าสนใจมาก เพราะนิยมสินค้า แฟชั่น และเครื่องสำอางจากไทย เพราะมองว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งต่อไปตลาดกลุ่มนี้จะกลายเป็นตลาดใหญ่ที่มีโอกาสเติบโตสูงของไทย ซึ่งจะเติบโตไปพร้อมๆ กับเทรนด์ดาราไทยที่กำลังเป็นที่นิยมในประเทศเพื่อนบ้าน”

ด้าน สนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ แสดงความเป็นห่วงธุรกิจเอสเอ็มอีไทยใน 2 ประเด็น คือ ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยส่วนใหญ่ไม่มีความแข็งแรง ทำให้สถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยกู้ให้ ทั้งๆ ที่สถาบันการเงินยังมีสภาพคล่องอยู่มาก และธุรกิจเอสเอ็มอีเวลาเกิดอะไรแล้วเก็บหนี้คืนลำบาก จึงต้องระมัดระวังในการวางแผนธุรกิจ เพราะเศรษฐกิจไทยวันนี้แค่ชะงักชั่วคราวเท่านั้น หากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายก็จะกลับมาฟื้นตัวได้ไม่ยาก

“วันนี้ธุรกิจไทยกำลังเข้าสู่สังคมแห่งความดีที่กำลังแก้ปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ผ่านหลักธรรมาภิบาล 6 ประการ ได้แก่ การบริหาร ทุนมนุษย์ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความคุ้มค่า ซึ่งสามารถนำมาแปรเป็นหลักปฎิบัติภายในองค์กรได้ 3 ด้านคือ ด้านพนักงาน ด้านผู้บริโภคและด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต่อไปในเวทีอาเซียนการแข่งขันของธุรกิจจะแข่งกันที่ใครมีหลักธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจมากกว่ากันเพราะนั้นหมายความว่า ธุรกิจนั้นมีการบริหารจัดการที่ดี โปร่งใสและเชื่อถือได้”

อย่างไรก็ตาม การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นั้น ใช่ว่าธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้นที่จะหยิบใช้ประโยชน์ได้ แต่ธุรกิจเอสเอ็มอีเองก็สามารถใช้ประโยชน์จากการเปิดเออีซีได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องเตรียมรับมือให้ดีว่าจะทำอย่างไรถึงจะสามารถเก็บรักษาตลาดภายในประเทศไว้ได้ เพราะการเปิดเออีซีหมายถึงจะมีคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาชิงตลาดด้วยเช่นกัน

ขณะที่ บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล ได้ยกตัวอย่างจากการเริ่มก่อสร้างธุรกิจของครอบครัวให้ฟัง ว่า ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลง เพราะธุรกิจเอสเอ็มอีจำเป็นต้องมีระบบในการบริหารจัดการธุรกิจที่ดี ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นจุดอ่อนของเอสเอ็มอีไทย เนื่องจากเอสเอ็มอีไทยไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีการทำงาน จึงทำให้เดินไปคนละทิศคนละทาง ไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

สุดท้าย จึงขอแนะนำเทคนิคในการทำธุรกิจให้แข็งแรง โดยยึดหลัก 3 ที บวก 1 คือ มีเป้าหมาย (Target) มีจังหวะเวลาที่ดี (Timing) และต้องมีการติดตามงานต่อเนื่อง (Tracking) และมีทีมงานที่ดี (Teamwork) เมื่อทำได้ตามนี้ เชื่อว่าธุรกิจเอสเอ็มอีจะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท