posttoday
ผู้ผลิตลุ้นรถไฟฟ้าอาเซียน

ผู้ผลิตลุ้นรถไฟฟ้าอาเซียน

24 กุมภาพันธ์ 2557

โฟกัสพื้นที่หลักไทยมาเลย์อินโดฯกลุ่มยานยนต์ยันมีเวลาพิจารณาอีโคคาร์2

โฟกัสพื้นที่หลักไทยมาเลย์อินโดฯกลุ่มยานยนต์ยันมีเวลาพิจารณาอีโคคาร์2

ค่ายรถจับตานโยบายส่งเสริมฯ รถยนต์ไฟฟ้า ไทยมาเลย์อินโดฯ ยันไทยมีลุ้นจากซัพพลายเชนชิ้นส่วน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บรรดาผู้ผลิตรถยนต์แต่ละค่ายกำลังอยู่ระหว่างการติดตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีศักยภาพการเป็นฐานผลิต ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 3 ประเทศที่เป็นเป้าหมายของผู้ผลิต คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งแต่ละประเทศยังไม่มีนโยบายการลงทุนในเรื่องนี้โดยเฉพาะออกมาอย่างชัดเจน

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศตะวันตก สหรัฐ ยุโรป มีนโยบายชัดเจนว่า ในอีก 1020 ปี จะต้องมีรถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรถยนต์ที่มีในประเทศ และเริ่มประกาศนโยบายส่งเสริมการลงทุนออกมา เช่น สหรัฐ มีนโยบายให้งบประมาณอุดหนุนผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการขนส่งที่ไม่พึ่งพิงน้ำมัน ซึ่งเป็นนโยบายที่ต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ ให้การส่งเสริมผลิตอุปกรณ์ด้านขนส่งที่เป็นไฮบริด

ขณะที่บริษัทแม่ของผู้ผลิตรถยนต์หลายรายก็เริ่มมีนโยบายในการกำหนดนโยบายกำหนดสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อเทียบกับยอดผลิตทั้งหมด

“การที่จะมีตลาดรองรับเติบโตขึ้นในอนาคตและบางบริษัทก็มีนโยบายเพิ่มการผลิตรถไฟฟ้า ตอนนี้แต่ละรายจึงต้องเริ่มมีการมองหาฐานผลิตว่าจะลงที่ไหน ซึ่งในอาเซียนตอนนี้ที่เป็นที่สนใจของผู้ผลิต คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย” นายสุรพงษ์ กล่าว

รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ปัจจัยที่ผู้ผลิตรถยนต์ใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อเลือกตั้งฐานผลิตในขณะนี้ ถือว่าไทยมีข้อได้เปรียบอยู่ในแง่ซัพพลายเชนการผลิตที่แข็งแกร่ง มีผู้ผลิตชิ้นส่วนป้อนให้จำนวนมาก และปัจจุบันก็เป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 9 ของโลก เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ด้วยส่วนแบ่งการผลิต 55% ของการผลิตทั้งภูมิภาค แต่ไทยยังมีข้อเสียเปรียบมาเลเซียและอินโดนีเซียในแง่ของต้นทุนที่สูงอยู่

ขณะที่มาเลเซียจะมีจุดเด่นในแง่ต้นทุนพลังงานที่ถูก ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลใช้ดึงดูดการลงทุนในปัจจุบัน ในขณะที่อินโดนีเซียมีจุดเด่นในแง่ของต้นทุนค่าแรง และจะเป็นตลาดที่มีศักยภาพในอนาคต

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่นที่ 2 (อีโคคาร์ 2) ตอนนี้ผู้ผลิตรถค่ายต่างๆ ยังอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลและติดตามความชัดเจนทางการเมืองในประเทศเพราะยังมีเวลาไปจนถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2557 ส่วนรถยนต์อีโคคาร์ รุ่นที่ 1 ก็ยังดำเนินการผลิตตามปกติและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้สูงขึ้นจากที่ผู้ผลิตบางรายสามารถเปิดตลาดใหม่ได้ตั้งแต่กลางปี 2556 ทั้งในสหรัฐและแคนาดา

ข้อมูลจาก ส.อ.ท. ระบุว่า ในปี 2556 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 2.457 ล้านคัน เป็นอันดับ 9 ของโลก และปี 2557 คาดว่าจะมีการผลิตทั้งสิ้น 2.4 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 1.2 ล้านคัน และขายในประเทศ 1.2 ล้านคัน และคาดว่ายอดผลิตจะแตะ 3 ล้านคันต่อปี ในปี 2560 ตามการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ รุ่นที่ 2 ที่คาดว่าหลังได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แล้วผู้ผลิตจะเริ่มเดินเครื่องผลิตตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างภาษีรถอีโคคาร์ใหม่ที่จะลดลงเหลือ 12-14% จากเดิม 17% ที่จะเริ่มในปี 2559

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท