posttoday
เจาะเซฟ"เงินสด"ทอท.หมุนจ่ายหนี้ข้าว

เจาะเซฟ"เงินสด"ทอท.หมุนจ่ายหนี้ข้าว

24 กุมภาพันธ์ 2557

ปฏิบัติการล้วงเงินรัฐวิสาหกิจไปปล่อยกู้ในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลเพื่อไทยก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง

ปฏิบัติการล้วงเงินรัฐวิสาหกิจไปปล่อยกู้ในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลเพื่อไทยก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง

ล่าสุด น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ออกมายอมรับกับพนักงานว่า กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ประสานงานมาขอให้ ทอท.นำเงิน 3.7 หมื่นล้านบาท ไปซื้อพันธบัตรเพื่อให้รัฐบาลมีเงินไปชำระหนี้ในโครงการรับจำนำจริง แต่ได้ปฏิเสธไป เพราะให้ผลตอบแทน 2.6% ที่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป

“ทอท.เป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หากรัฐบาลขอความร่วมมือมาก็จำเป็นต้องพิจารณา แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าขัดกับนโยบายบริษัท ผมก็ไม่ทำ ขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครสามารถเอาสมบัติเราไปผลาญแน่นอน” น.ต.ศิธา ย้ำ

แต่นั่นก็เกิดคำถามตามมาว่า รัฐวิสาหกิจแห่งนี้มีเงินสดมากมายขนาดไหน จึงมีความพยายามจะล้วงเงินเพื่อไปสนองนโยบายการเมือง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ทอท.มีเงินสดในมือเหลือเฟือแน่นอน

เมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ยอมรับว่า ปัจจุบัน ทอท.มีสภาพคล่องส่วนเกินโดยรวม 3.7 หมื่นล้านบาท โดยนำไปกระจายลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่พิจารณาแล้วเห็นคุ้มค่ากลับคืนมา ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีการนำสภาพคล่องส่วนเกินไปลงทุน 1,000-1,500 ล้านบาท เพื่อให้เกิดผลกำไรกลับมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 15 ปีนี้ ทอท.มีลงทุนโครงการขนาดใหญ่ 3 โครงการ คือ 1.การขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่สอง 2.โครงการปรับปรุงท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อรองรับผู้โดยสารได้ 18.5 ล้านคน ในปีนี้ และ 3.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต อยู่ระหว่างขยายระยะที่ 2 ดังนั้น การตุนสภาพคล่องไว้เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อแผนการลงทุนโครงการของ ทอท.

“การขยายท่าอากาศยานยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง จะไม่มีการหยุดดำเนินการเพื่อนำเงินไปใช้อย่างอื่นแน่นอน ทั้งนี้ เพื่อให้กรุงเทพฯ สามารถรองรับผู้โดยสารทางอากาศได้ถึง 100 ล้านคน ในปี 2559 ข่าวที่ออกมาจึงเป็นข่าวโคมลอย” เมฆินทร์ กล่าว

แต่เพื่อลดแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง เมฆินทร์ เปิดทางว่า การนำสภาพคล่องของ ทอท.ไปลงทุนพันธบัตรชาวนาสามารถทำได้ แต่ในขณะเดียวกัน เมฆินทร์ได้ให้คำมั่นสัญญากับสหภาพ ทอท.ว่าจะนำเงินไปลงทุนอย่างคุ้มค่า พร้อมแต่งตั้งผู้แทนสหภาพฯ เข้าไปร่วมในการบริหารเงินด้วย หรือเท่ากับการใช้สหภาพฯ มาช่วยลดแรงเสียดทานนั่นเอง

เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ทอท.นำเงินส่วนเกินไปลงทุนหาผลตอบแทนอื่นๆ เป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะในยามที่ผลกำไรของ ทอท.เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปี 2555 ที่มีกำไรสุทธิ 6,500 ล้านบาท แต่ปี 2556 กำไรสุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มเป็น 9,500 ล้านบาท และกำไรอื่นๆ กว่า 6,000 ล้านบาท ทำให้ ทอท.มีสภาพคล่องเงินสดส่วนเกินเหลือล้นไตรมาสละ 4,000-5,000 ล้านบาท

“การนำเงินไปลงทุนเป็นเงินส่วนเกินที่ทำกันเป็นประจำ แต่เป็นการลงทุนที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการ สำหรับวิธีการลงทุนก็จะดูความเหมาะสมของตลาดเงิน ผลตอบแทน และความคล่องตัวเป็นหลัก ซึ่งปกติจะลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับมาภายใน 3 เดือน” เมฆินทร์ กล่าว

เหล่านี้จึงเป็นที่มาว่า เหตุใดฝ่ายการเมืองหมายตาจะดึงสภาพคล่องของ ทอท.มาซื้อพันธบัตรโครงการรับจำนำข้าว โดยไม่สนใจว่าอาจส่งผลร้ายทำให้ ทอท.ตกอยู่ในภาวะเงินขาดมือจนโครงการลงทุนต้องชะงักลงได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท