
ทองขึ้นไม่ต้องพึ่ง QE หรือ?
ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 1,280 เหรียญสหรัฐขึ้นมา และในช่วงสัปดาห์ที่แล้วราคาก็มีการปรับฐานทำกำไรบ้างเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ดี ในคืนวันศุกร์ราคาก็สามารถเด้งกลับขึ้นมายืนอยู่ที่บริเวณ 1,326 เหรียญสหรัฐโดยประมาณ ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงที่ขึ้นมาทดสอบจุดแนวต้านสำคัญเดิมที่ระดับ 1,330 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าสำคัญมาก โดยการขึ้นของราคาทองคำครั้งนี้เรียกว่าเป็นการสวนกระแสการปรับลง QE ที่มีอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ทราบกันดีว่ามาตรการ QE ของสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาเป็นตัวกระตุ้นของราคาทองคำในอดีต และทุกครั้งที่มีข่าวจะมีการปรับลด QE ราคาทองคำก็มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตามข้อเท็จจริงของปีที่แล้วที่ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องถึง 25% โดยประมาณ แต่แล้วสิ่งที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ คือ เมื่อมีการปรับลด QE จริงๆ ในเดือน ม.ค.และ ก.พ. ราคาทองคำกลับดีดตัวสูงขึ้น แม้ในขณะนี้จะมีข่าวสำคัญหลายๆ ตัว โดยเฉพาะอัตราว่างงานที่ดูดีขึ้น ปรับตัวลงมาที่ระดับ 6.6% ก็ยังดูเหมือนว่าราคาทองคำก็ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 1,280 เหรียญสหรัฐขึ้นมา และในช่วงสัปดาห์ที่แล้วราคาก็มีการปรับฐานทำกำไรบ้างเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ดี ในคืนวันศุกร์ราคาก็สามารถเด้งกลับขึ้นมายืนอยู่ที่บริเวณ 1,326 เหรียญสหรัฐโดยประมาณ ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงที่ขึ้นมาทดสอบจุดแนวต้านสำคัญเดิมที่ระดับ 1,330 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าสำคัญมาก โดยการขึ้นของราคาทองคำครั้งนี้เรียกว่าเป็นการสวนกระแสการปรับลง QE ที่มีอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ทราบกันดีว่ามาตรการ QE ของสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาเป็นตัวกระตุ้นของราคาทองคำในอดีต และทุกครั้งที่มีข่าวจะมีการปรับลด QE ราคาทองคำก็มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตามข้อเท็จจริงของปีที่แล้วที่ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องถึง 25% โดยประมาณ แต่แล้วสิ่งที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ คือ เมื่อมีการปรับลด QE จริงๆ ในเดือน ม.ค.และ ก.พ. ราคาทองคำกลับดีดตัวสูงขึ้น แม้ในขณะนี้จะมีข่าวสำคัญหลายๆ ตัว โดยเฉพาะอัตราว่างงานที่ดูดีขึ้น ปรับตัวลงมาที่ระดับ 6.6% ก็ยังดูเหมือนว่าราคาทองคำก็ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากลับมาเป็นตัวช่วยให้ทองขึ้น
ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการผลิตและภาคอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งการเข้าซื้อสินค้าต่างๆ ดูจะปรับตัวลดลง สาเหตุหลักๆ คงมาจากอากาศที่หนาวเย็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมานั้น กลับมาเป็นตัวที่ค่อนข้างจะผลักดันให้เกิดการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับยูโร โดยค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงมาที่ระดับ 1.3725 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ซึ่งนับว่าปัจจัยนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่มาผลักดันราคาทองคำในทิศทางขาขึ้น ต่อต้านกับข่าวการลด QE
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ 2 ที่สำคัญก็คือ การที่เกิดสภาวะกระตุกเงินกลับจากมาตรการ QE และเริ่มไปส่งผลต่อประเทศเกิดใหม่ อันได้แก่ อาร์เจนตินาและตุรกี ทำให้ค่าเงินของทั้งสองประเทศนี้อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว อันนำมาสู่ความกังวลอีกครั้งหนึ่งของปัญหาธุรกิจทางการเงินของประเทศเหล่านี้ ซึ่งก็เป็นตัวชักนำมาสู่การเข้าซื้อทองคำของตุรกีที่นำเข้าสูงขึ้น
การวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำในทางเทคนิคนั้น เกิดสภาวะการกลับทิศทางจากเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน หลังจากที่ราคาทะลุแนวต้านสำคัญๆ หลายระดับ โดยเฉพาะราคา 1,280 เหรียญสหรัฐขึ้นมา ทำให้ในเชิงเทคนิคราคาทองคำในระยะสั้นและกลางเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น ในทางเทคนิคเกิดสภาวะ Golden Cross และจากสัญญาณ Oscillator ต่างๆ ก็เริ่มเป็นสัญญาณที่บวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคามายืนเหนือ 1,310 เหรียญสหรัฐได้เป็นระยะเวลากว่า 6 วันแล้ว ทำให้การวิเคราะห์ในเชิงเทคนิคเริ่มกลับทิศทางเป็นขาขึ้น โดยจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,350 และ 1,425 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ในขณะที่แนวรับขยับขึ้นมาที่ 1,310 และ 1,300 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ โดยราคาทองคำของไทยจะมีแนวต้านแรกที่ระดับ 20,450 บาท และแนวรับ 20,200 บาท โดยที่ราคาทองแท่งของไทยนั้นก็ได้รับผลดีในทิศทางบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท แต่แล้วก็มีความผันผวนทางการเมือง ซึ่งก็มากระทบต่อราคาทองคำในประเทศบ้าง ตามความผันผวนของค่าเงินบาทที่เกิดขึ้น
ตารางตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าและผลของการคาดหมายต่อราคาในสัปดาห์ที่ 2428 ก.พ. มีดังนี้ (ตัวเลขเศรษฐกิจในวันจันทร์และอังคารไม่ค่อยสำคัญและส่งผลต่อตลาด)
การวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค
MTS Gold แม่ทองสุก วิเคราะห์ให้เห็นความสัมพันธ์ต่อเนื่องของทั้งสองปัจจัย ซึ่งมีส่วนสำคัญมากที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำและทำให้การคาดการณ์ของราคาทองคำของธนาคารใหญ่ระดับโลก อันได้แก่ Citi Futures และ UBS เริ่มปรับการคาดการณ์ของราคาทองคำปีนี้สูงขึ้น เฉลี่ยโดยประมาณ 100 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือพูดว่าง่ายๆ คือ เริ่มปรับค่าเฉลี่ยของราคามาที่บริเวณ 1,2201,280 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์แล้ว ท่านก็จะเห็นความสัมพันธ์ว่าราคาทองคำไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งอันเดียว อย่างเช่น QE ที่แม้มีการคาดหวังว่าจะมีการปรับลดอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาทองดูเหมือนจะรับข่าวร้ายๆ ไปหมดแล้วในช่วงปลายปีที่แล้ว ทำให้ราคากลับดีดตัวขึ้นมาได้ตามปัจจัยของสภาวะทางเทคนิค และดูปัจจัยทางเทคนิคจะมีผลต่อราคาทองคำมากและรวดเร็วควบคู่ไปกับปัจจัยพื้นฐานที่รองรับด้วยซ้ำ
MTS Gold ย้ำเน้นกลยุทธ์การลงทุนในทองคำต้องเป็นลักษณะเข้าเร็วออกเร็ว เพื่อเปลี่ยนเป็นเครื่องมือทางการเงินและการเก็งกำไร และลดผลกระทบของความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างๆ แล้ว อันจะเห็นได้จากข้อเท็จจริงที่นักลงทุนระยะสั้นในขณะนี้ดูจะได้ผลดีหรือผลตอบแทนที่ดีในระยะสั้นมากกว่า เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ที่มากระทบและความแม่นยำค่อนข้างมีผลอย่างมากและต่อเนื่อง สนใจการลงทุนในทองคำ การซื้อขายทองคำแท่งและ Gold Futures และการลงทุนที่ครบวงจรในตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย สามารถติดต่อบริษัท MTS Gold Futures ได้ที่ Call Center เบอร์โทรศัพท์ 02-770-7777







