
ฟันธงตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่กำไรพิมโก้
คาดปีนี้ตราสารหนี้ประเทศเกิดใหม่ยังผันผวนสูง แต่ผลตอบแทนจะกลับมาบวก
คาดปีนี้ตราสารหนี้ประเทศเกิดใหม่ยังผันผวนสูง แต่ผลตอบแทนจะกลับมาบวก
นายไบรอัน พี เบเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการ บริษัท พิมโก้ เอเชีย เปิดเผยว่า ตลาดตราสารหนี้ในประเทศเกิดใหม่จะยังคงมีความผันผวนสูงต่อเนื่องจากปีก่อน แต่มีโอกาสที่นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนที่ดี หากมีระยะเวลาการลงทุนประมาณ 2-3 ปี
“ถ้าเชื่อว่าตลาดเกิดใหม่จะกลับมา จังหวะนี้ก็ถือเป็นโอกาสเหมาะสมที่จะลงทุน เพราะจะได้ซื้อของในราคาไม่สูง และเชื่อว่าผลตอบแทนตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่จะกลับมาเป็นบวกในปีนี้” นายไบรอัน กล่าว
ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้นักลงทุนที่ขาดทุนจากปีที่แล้วขายตัดขาดทุนและไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงนี้ เพราะอาจจะกลายเป็นขาดทุนสองต่อ
พร้อมกับกล่าวถึงกองทุน PIMCO Return Bond Fund ซึ่งเป็นกองทุนหลักของกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศของไทยหลายกองทุน เช่น กองทุนเปิดกรุงศรีโทเทิลรีเทิร์นบอนด์ ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)กรุงศรีว่า โอกาสที่กองทุนจะมีผลดำเนินงานเป็นลบมีน้อยมากในปีนี้ โดยคาดว่ากองทุนอาจจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 1.8% และเมื่อรวมกับผลตอบแทนจากอัตราแลกเปลี่ยนน่าจะให้ผลตอบแทนได้ประมาณ 5% ต่อปี
นอกจากนี้ นายไบรอัน ยังกล่าวถึงปัจจัยที่จะมีผลต่อการลงทุนในปี 2557 มีอยู่ 5 ประเด็นหลัก คือ ประการแรก การเปลี่ยนแปลงแนวทางการใช้นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ จากการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบผ่านมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) มาเป็นการใช้นโยบายเชิงชี้นำของนางเจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่
“ต้องคอยดูว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้จะทำได้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ซึ่งข้อนี้เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด เพราะธนาคารกลางทั่วโลกถือครองเงินเหรียญสหรัฐไว้จำนวนมาก” นายไบรอัน กล่าว
ประการที่สอง ธนาคารพาณิชย์ยุโรปจะมั่นใจที่จะปล่อยสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากในขณะนี้ธนาคารยังไม่มั่นใจที่ปล่อยสินเชื่อ
ประการที่สาม อัตราเงินเฟ้อในประเทศพัฒนาแล้วอยู่ในระดับต่ำเกินไป ประการที่สี่ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะได้ผลแบบยั่งยืนหรือไม่ และประการที่ห้า ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศกำลังพัฒนา
“นักลงทุนต้องทำใจรับกับความผันผวนในตลาดหุ้นเอาไว้ให้มาก เพราะเชื่อว่าปีนี้จะมีความผันผวนไม่ต่างจากช่วงครึ่งหลังของปี 2556 การลงทุนจึงต้องดูปัจจัยพื้นฐาน เลือกประเทศที่ไม่ขาดดุลการคลัง ไม่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และหากจะลงทุนในหุ้นสหรัฐ ต้องเลือกหุ้นบริษัทที่เข้มแข็ง กำไรและปันผลเติบโตต่อเนื่อง เพราะราคาหุ้นส่วนใหญ่เกินพื้นฐานไปแล้ว และคงจะคาดหวังผลตอบแทน 30% ไม่ได้แล้ว แต่ถ้า 5% พอจะเป็นไปได้” นายไบรอัน กล่าว







