posttoday
‘เบเยอร์’แตกบริการเสริม

‘เบเยอร์’แตกบริการเสริม

24 กุมภาพันธ์ 2557

หารายได้รับตลาดสีทาอาคารไม่โตเผยปี’56ศก.การเมืองฉุดติดลบ10%

หารายได้รับตลาดสีทาอาคารไม่โตเผยปี’56ศก.การเมืองฉุดติดลบ10%

สีเบเยอร์ ระบุเศรษฐกิจการเมืองป่วนตลาดสีทาบ้าน ปี 2556 ติดลบ 10% คาดปีนี้ทรงตัวไม่โต

นายเกริกฤทธิ์ แสงทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบเยอร์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะต้องปรับตัวให้สอดรับกับวิกฤตที่เกิดขึ้น เนื่องจากประเมินว่าการเติบโตของตลาดรวมสีทาอาคารจะทรงตัวเท่ากับปีที่แล้ว บริษัทจึงต้องหันมาเพิ่มบริการเสริมเพื่อหารายได้จากงานทาสี อาทิ การบริการทาสีงานไม้โดยมืออาชีพ พร้อมด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีชั้นสูงนำเข้าจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังให้บริการ มาสเตอร์พีซ แอทโฮม หรือบริการรังสรรค์ประติมากรรมสีสไตล์อิตาลีภายในบ้าน ซึ่งในปีนี้บริการดังกล่าวจะมาเป็นรายได้เสริม โดยตั้งเป้าให้บริการได้ 5 หมื่นตารางเมตร หรือคิดเป็นรายได้ 500 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังได้เปิดตัวสีทาอาคารที่มีนวัตกรรม เช่น สีเบเยอร์ชิลด์ อาร์ท เอฟเฟ็กซ์ สีเบเยอร์ อควา ซีรีส์ นวัตกรรมสีงานไม้สูตรน้ำ แห้งเร็ว กลิ่นไม่ฉุน รวมไปถึงเครื่องขายสีหยอดเหรียญ หรือการสั่งซื้อออนไลน์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาปัญหาเศรษฐกิจทั้งจากปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นและการเมืองในประเทศ ได้ส่งผลกระทบกับตลาดสีทาอาคารที่จากเดิมประเมินว่าในปี 2556 จะเติบโต 20% หรือมีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทนั้น กลับกลายเป็นติดลบ 10% เนื่องจากการชะลอซื้อของผู้บริโภค ทั้งในกลุ่มซ่อมแซมบ้านและกลุ่มที่ปลูกสร้างบ้านใหม่ ทำให้มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 1.55 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2555 ที่มีมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท และคาดว่าในปีนี้จะอยู่ในภาวะทรงตัว

สำหรับสาเหตุที่ตลาดสีในปี 2555 นั้นมีการเติบโตมาก เนื่องจากเกิดวิกฤตน้ำท่วมในปลายปี 2554 ส่งผลให้ความต้องการใช้สีเพิ่มสูงขึ้น ผู้ประกอบการสีหลายค่ายเติบโตไม่ต่ำกว่า 10-15% แต่มาปี 2556 ปริมาณการใช้ลดลงเพราะผู้บริโภคมองว่าภาระหนี้เพิ่มขึ้น สีทาอาคารนั้นไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นทำให้ความต้องการใช้งานชะลอออกไป

“ผลกระทบหนักขณะนี้ คือ ปัญหาทางการเมืองในประเทศที่คาดเดาได้ยากว่าจะจบลงเมื่อใด ทำให้ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมต่างต้องปรับตัว จะเห็นได้ว่าภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มซบเซา เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อโครงการ โดยเฉพาะห้องชุดได้ขอชะลอการโอนรับมอบออกไป อีกทั้งปริมาณการชะลอเปิดโครงการใหม่ส่งผลให้การใช้สีต้องเลื่อนออกตามไป ด้วย” นายเกริกฤทธิ์ กล่าว

สำหรับในปีนี้บริษัทได้ใช้งบการตลาดจำนวน 400 ล้านบาท เท่ากับปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้ายอดขายรวมจะสามารถเติบโตได้กว่า 10% หรือมียอดขาย 4,600 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มียอดขาย 4,200 ล้านบาท เติบโต 7%

ด้าน นายวรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ รองประธานบริหาร กลุ่มบริษัท สีเบเยอร์ กล่าวถึงแผนการลงทุนตั้งโรงงานผลิตสีทาอาคารในประเทศอินโดนีเซีย ว่า ยังคงเดินหน้าต่อ โดยบริษัทได้ร่วมกับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ที่จะนำร่องในการเข้าไปทำการตลาดก่อน ขณะเดียวกันบริษัทยังมองหาช่องทางในการส่งออกสีไปตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในแถบอาเซียน เนื่องจากตลาดในประเทศเผชิญกับวิกฤตทางการเมือง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท