
ทำธุรกิจแบบ...‘กางเกงยางยืด’
ต้องยอมรับค่ะว่าปีนี้โจทย์การทำธุรกิจนั้น “หินมาก” ในรอบสิบกว่าปีด้วยซ้ำค่ะ เราสามารถกล่าวได้เลยว่า ปัจจัยวิกฤตการเมืองในประเทศและความเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจโลก ทำให้สภาพแวดล้อมการทำธุรกิจในบ้านเรานั้นเสี่ยงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ด้วยซ้ำค่ะ ปัญหามากมายถาโถมเข้ามาทั้งวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อ ความเชื่อมั่นที่ตกต่ำลงต่อเนื่อง ความเสี่ยงจากภาระหนี้สินที่มากขึ้นในภาคครัวเรือน ความผันผวนของค่าเงินและตลาดทุน ความเสี่ยงจากนโยบายการเงินในสหรัฐ ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้คนทำธุรกิจเองต้องงัดกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อความอยู่รอดในยามที่ประเทศเรามีสภาพใกล้เป็นสนามรบเข้าไปทุกวันค่ะ
ต้องยอมรับค่ะว่าปีนี้โจทย์การทำธุรกิจนั้น “หินมาก” ในรอบสิบกว่าปีด้วยซ้ำค่ะ เราสามารถกล่าวได้เลยว่า ปัจจัยวิกฤตการเมืองในประเทศและความเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจโลก ทำให้สภาพแวดล้อมการทำธุรกิจในบ้านเรานั้นเสี่ยงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ด้วยซ้ำค่ะ ปัญหามากมายถาโถมเข้ามาทั้งวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อ ความเชื่อมั่นที่ตกต่ำลงต่อเนื่อง ความเสี่ยงจากภาระหนี้สินที่มากขึ้นในภาคครัวเรือน ความผันผวนของค่าเงินและตลาดทุน ความเสี่ยงจากนโยบายการเงินในสหรัฐ ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้คนทำธุรกิจเองต้องงัดกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อความอยู่รอดในยามที่ประเทศเรามีสภาพใกล้เป็นสนามรบเข้าไปทุกวันค่ะ
แต่หากเราดูประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของประเทศไทยนับแต่ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 เรื่อยมานั้น เราก็จะพบว่าสิ่งที่เราเผชิญในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยค่ะ บ้านเมืองเราเผชิญกับสภาพที่ใกล้สงครามกลางเมืองมาแล้วหลายครั้ง วิกฤตการเมืองกลับเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นเส้นทางตามปกติของประวัติศาสตร์บ้านเราในยุคนี้ด้วยซ้ำค่ะ
แต่ทุกครั้งเราก็ผ่านมันมาได้และเศรษฐกิจไทยโดยรวมก็มีความรุ่งเรืองดีขึ้นเรื่อยมา เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจเรานั้นแข็งแกร่งอยู่แล้วค่ะ ประเทศไทยเรามีฐานปริมาณประชากรที่ใหญ่ สามารถสร้างกำลังซื้อและเป็นกำลังแรงงานให้ประเทศได้อย่างเพียงพอ มีความอุดมสมบูรณ์และมีอาณาบริเวณกว้างขวาง ระบบการคมนาคมขนส่งที่ดี แรงงานมีฝีมือ และความได้เปรียบในแง่ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ทำให้เราเป็นศูนย์กลางภูมิภาคโดยมาแต่ไหนแต่ไร เหล่านี้ทำให้เรามีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามามาก แม้ประเทศไทยจะผ่านช่วงวิกฤตการณ์และการรัฐประหารหลายครั้งก็ตาม แต่นโยบายพื้นฐานที่ไม่เปลี่ยนไม่ว่าจะรัฐบาลใดทำให้เรายืนหยัดได้เรื่อยมาค่ะ
ดังนั้น การทำธุรกิจในปีนี้เราจึงต้องทำตัวยืดหยุ่นเหมือน “กางเกงยางยืด” ที่ยืดหดให้ยาวก็ได้สั้นก็ได้ค่ะ เพราะตอนนี้สถานการณ์ต่างๆ แปรปรวนมากจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่จะมากระทบเรา แต่จากบทเรียนที่ผ่านมาก็ย้ำชัดค่ะว่าสถานการณ์เมื่อถึงจุดเปลี่ยนแล้วจะเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เมื่อเราผ่านจุดเลวร้ายที่สุดได้ทุกอย่างก็จะดีขึ้นต่อเนื่อง แน่นอนว่าตลาดหุ้นจะเป็นสัญญาณแรกที่เราจะเห็น รวมถึงค่าเงินบาท และการ จับจ่ายที่จะฟื้นตัวตามความเชื่อมั่นที่กลับมา เงินทุนจะไหลกลับเข้ามา รัฐบาลทำงานได้ และมีแผนการลงทุนที่ชัดเจน
ในมุมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว แม้ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด แต่ดิฉันยังเชื่อว่าคนไทยยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยอยู่ค่ะ เศรษฐกิจเราก็ยังมีโอกาสไปได้ดี
ดังนั้น ในช่วงที่สถานการณ์ไม่ค่อยดี เราก็ควรสงวนกระสุนของเราเอาไว้ใช้ยามจำเป็น ถือโอกาสนี้ไปรุกตลาดที่คนอื่นยังไม่เข้าไป จับจองพื้นที่ทางธุรกิจเอาไว้เพื่อรอจังหวะที่ทุกอย่างกลับมา เราก็จะพร้อมเปิดโครงการลุยต่อได้ค่ะ เพราะในทุกๆ วิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะ มองเห็นก่อนคนอื่นหรือเปล่า และเราทำตัวพร้อมที่จะรับเอาโอกาสนั้น แค่ไหนค่ะ วิถีธุรกิจแบบ “กางเกงยางยืด” จึงเหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้ที่สุดค่ะ







