
อากาศหนาวนานดันราคาไม้ผลพุ่ง
สศก.ชี้สภาพอากาศหนาวเย็น ทำไม้ผลภาคตะวันออกกระจายสู่ตลาด ช่วยดันราคาสูงขึ้น
สศก.ชี้สภาพอากาศหนาวเย็น ทำไม้ผลภาคตะวันออกกระจายสู่ตลาด ช่วยดันราคาสูงขึ้น
นายสุรศักดิ์ พันธ์นพ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตไม้ผลภาคตะวันออกว่า จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาถึงช่วงต้นปีนี้ ส่งผลให้ช่วงระยะเวลาที่ไม้ผลในภาคตะวันออกจะสามารถเก็บผลได้ช้ากว่าปกติ จากเดิมที่ไม้ผลในภาคตะวันออก ส่วนใหญ่จะเริ่มให้ผลผลิตได้ในช่วงเดือน มี.ค.เม.ย. โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุดที่คาดว่าจะมีผลผลิตกระจายออกสู่ตลาด 45 รุ่น
ทั้งนี้ การที่ไม้ผลให้ผลผลิตกระจายตัวออกสู่ตลาดนั้น จะส่งผลให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่ดีขึ้น เนื่องจากมีผลผลิตแบบนอกฤดูกาล ไม่ใช่ออกสู่ตลาดพร้อมกันหมด จนเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดเหมือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี คาดว่าผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออกจะเริ่มออกมากในช่วงเดือน มิ.ย. โดยทุเรียนจะมีผลผลิตมากประมาณ 28% ของปริมาณไม้ผลภาคตะวันออกที่ออกสู่ตลาดในปีนี้ ส่วนมังคุดจะมีผลผลิตออกสู่ตลาด 41%
นอกจากนี้ ยังคาดว่าผลผลิตทุเรียนในภาคตะวันออกจะมีประมาณ 3.28 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1% ส่วนมังคุดคาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 1.39 แสนตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 9%
ขณะเดียวกัน ยังพบว่าปี 2557 พื้นที่ปลูกไม้ผลภาคตะวันออก 4 ชนิด คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด มีเนื้อที่ให้ผลรวมทั้งสิ้น 6.6 แสนไร่ ลดลงจากปีที่แล้ว 8,600 ไร่ คิดเป็น 1.29% โดยทุเรียนและเงาะมีเนื้อที่ให้ผลลดลง 3.04% และ 1.32% ตามลำดับ
สำหรับพื้นที่ให้ผลของมังคุดและลองกองภาคตะวันออกในปี 2557 คาดว่าจะมีเนื้อที่ให้ผลเพิ่มขึ้น 0.01% และ 0.73% ตามลำดับ
“ขณะนี้สถานการณ์การผลิตไม้ผลส่วนใหญ่อยู่ในช่วงทยอยออกดอก บางสินค้าก็ยังออกดอกน้อยและล่าช้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากอากาศที่หนาวนาน แต่หากอากาศเหมาะสมและอบอุ่นจะส่งผลให้การออกดอกของมังคุดและลองกองเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนำไปใช้ในการวางแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกตลอดปี 2557 ต่อไป” นายสุรศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้เกษตรกรอาจประสบปัญหาในการจัดการและการดูแลผลผลิต เนื่องจากในหนึ่งต้นจะมีการออกดอกในหลายๆ ระยะ รวมทั้งบางส่วนอาจมีผลติดแล้วรวมอยู่ด้วยกัน ซึ่งการใส่ปุ๋ยเพื่อบำรุงผลอาจทำให้ดอกร่วงจนเกิดความเสียหายได้ ดังนั้น เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยให้เหมาะสมกับการบำรุง







