
บล.บัวหลวงปลื้มธุรกิจแกร่ง
แบงก์แม่หนุนลูกค้าบัญชีเปิดใหม่กระฉูดส่วนผู้ถือหุ้นพุ่งสูงกว่า5พันล้านบ.
แบงก์แม่หนุนลูกค้าบัญชีเปิดใหม่กระฉูดส่วนผู้ถือหุ้นพุ่งสูงกว่า5พันล้านบ.
บล.บัวหลวง ลั่นแบงก์กรุงเทพ ช่วยดันธุรกิจ หนุนส่วนผู้ถือหุ้นแกร่งเกิน 5,000 ล้าน
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง เปิดเผยว่า ผลจากการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น ซึ่งธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ถือหุ้น 100% ในปี 2555 ส่งผลดี ต่อธุรกิจของบริษัท มีการส่งลูกค้าของธนาคารเข้ามาเป็นลูกค้าซื้อขายหลักทรัพย์ ธุรกิจวาณิชธนกิจ ธุรกิจจัดการกองทุน และอื่นๆ รวมทั้งใส่เงินเพิ่มทุนให้ 1,600 ล้านบาท เพื่อรองรับแผนการออกตราสารการลงทุนใหม่ๆ ส่งผลให้ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็นมากกว่า 5,000 ล้านบาท
“โจทย์หลักคือการขยายฐานลูกค้าให้ได้มากที่สุด จากฐานลูกค้าแบงก์กรุงเทพมโหฬาร เมื่อเข้ามาถือหุ้นเรา 100% ทำให้การทำธุรกิจคล่องตัวมากขึ้นและแนะนำลูกค้าทุกประเภทมาให้ เป็นการส่งเสริมระหว่างกันในเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มและคล่องตัวขึ้น” นายพิเชษฐ กล่าว
ทั้งนี้ มีแผนธุรกิจที่จะทำร่วมต่อเนื่อง คือ การขยายฐานลูกค้าหลักทรัพย์ของบริษัท โดยมีธนาคารเป็นผู้แนะนำลูกค้า (Introducing Agent) ซึ่งเป็นโอกาสที่จะขยายฐานลูกค้าได้สูงด้วยจำนวนลูกค้าธนาคารที่มีเป็นหลักหลายล้านบัญชี พร้อมทั้งร่วมออกงานกับทุกอีเวนต์ที่จัด อาทิ กิจกรรมการเงินมั่นคงกับครอบครัวบัวหลวง ที่ธนาคารเริ่มจัดในปีที่ผ่านมาเป็นปีแรก โดยจัดขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ใน 45 จังหวัดใหญ่ เพื่อให้ความรู้กับประชาชนทั่วไปด้านการเงินและการวางแผนด้านการเงิน ร่วมกับพันธมิตรในกลุ่ม 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ บล.บัวหลวง บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต บริษัท กรุงเทพประกันภัย และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง
กรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง ยอมรับว่ากำไรและรายได้ปี 2557 จะ ลดลงจากปีก่อนตามวอลุ่มการซื้อขายของตลาดปีนี้เหลือเฉลี่ย 3 หมื่นล้านบาทต่อวัน จากปี 2556 เฉลี่ย 5 หมื่นล้านบาทต่อวัน โดยคาดว่าน่าจะออกมาใกล้เคียงกับปี 2555 หรือมากกว่าที่มีรายได้ 2,379 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 802 ล้านบาท
ขณะที่เดือน ก.พ.นี้ เตรียมยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์) ของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) หุ้นไอพีโอ 1 ดีล และไอพีโอที่ได้รับอนุมัติ 23 ดีล รอภาวะตลาดดี
อย่างไรก็ดี ระยะสั้นดัชนีตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,3001,350 จุด แต่หากหลุดต่ำกว่า 1,300 จุด จะปรับตัวไหลลงต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์การเมืองเป็นรายวัน หากยืดเยื้อถึงไตรมาส 3 กดดันดัชนีและจีดีพีในปี 2557 เสี่ยงจะขยายตัวต่ำกว่า 3%
ด้านการลงทุนแนะนำหลีกเลี่ยงลงทุนในหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการเมือง ได้แก่ หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวโรงแรม รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ เพราะการเปิดโครงการใหม่จะชะลอออกไป แต่แนะนำซื้อหุ้นเพื่อสะสมในระยะกลางยาว 36 เดือน ในหุ้นกลุ่มส่งออก อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร รวมไปถึงกลุ่มปิโตรเคมี โดยมีหุ้นแนะนำ คือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA) บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) รวมถึงหุ้นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ไทยคม (THCOM) และ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)
นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกิจการค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ปีนี้มีแผนออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านจำนวน 214 ตัว และแผนออก ตราสารลงทุนใหม่เป็นครั้งแรก คือ หุ้นกู้อนุพันธ์ (Structured Note) เน้นเจาะขยายฐานลูกค้านักลงทุนบุคคลรายใหญ่ (High Net Worth) เริ่มขายครึ่งหลังของปีนี้
ในปีที่ผ่านมามีบัญชีหลักทรัพย์เปิดใหม่ 4 หมื่นบัญชี มีสัดส่วนลูกค้าจากธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 25% สูงจากอดีตที่ไม่ถึง 10% และปีนี้มีโอกาสเพิ่มขึ้น เป้าหมายบัญชีใหม่ 11.5 หมื่นบัญชี เพิ่มจากปัจจุบันที่มีจำนวนทั้งสิ้น 1.16 แสนบัญชี







