
‘อมตะ’ลุ้นการเมืองขายที่ดินเกิน1พันไร่
“อมตะ” ติดหนึบปัญหาการเมือง หากแกะล็อกออกได้ทันครึ่งปีแรก ลุ้นขายที่ดินได้สูงกว่าปีก่อน
“อมตะ” ติดหนึบปัญหาการเมือง หากแกะล็อกออกได้ทันครึ่งปีแรก ลุ้นขายที่ดินได้สูงกว่าปีก่อน
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) เปิดเผยว่า บริษัทไม่สามารถตั้งเป้าหมายรายได้และยอดขายที่ดินในปีนี้ได้ ตราบใดที่ปัญหาการเมืองยังไม่จบ แต่หากได้ข้อยุติภายในครึ่งปีแรก จะทำให้บริษัทขายที่ดินได้มากกว่าทั้งปีของปีก่อนที่ทำได้ 1,008 ไร่ ทันที
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีลูกค้ารายใหญ่ 45 ราย ต้องการซื้อที่ดินรายละประมาณ 500-1,000 ไร่ แต่ขอชะลอไว้ก่อนตั้งแต่ปีก่อน โดยเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาห กรรมชิ้นส่วนรถยนต์ และไม่ใช่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์
“ธุรกิจของอมตะได้รับผลกระทบโดยตรงกับสถานการณ์การเมือง เพราะมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งถ้าเป็นผู้ลงทุนที่มีความคุ้นเคยกับประเทศไทยอาจจะมองเป็นเรื่องที่รับได้ แต่สำหรับนักลงทุนใหม่คงไม่กล้าเข้ามาลงทุน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ หากผู้ลงทุนได้ย้ายฐานการลงทุนไปยังเพื่อนบ้านที่เขายินดีต้อนรับและไม่มีปัญหาการเมืองอย่างเวียดนามหรืออินโดนีเซีย คงเป็นเรื่องยากที่เขาจะกลับมาลงทุนในเมืองไทยอีก” นายวิบูลย์ กล่าว
อย่างไรก็ดี บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาแผนการเข้าลงทุนก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่ประเทศพม่า เหมือนที่บริษัทเข้าไปสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่ประเทศเวียดนาม เพื่อกระจายฐานรายได้ของบริษัท แต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่า จะเริ่มลงทุนได้เมื่อไร เพราะขึ้นอยู่กับการเจรจาและที่สำคัญคือเรื่องกฎหมาย
นายวิบูลย์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าบริษัทจะได้ราคาขายหน่วยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่า 4,750 ล้านบาท เพราะจะมีการประชุมกับบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเสนอขายได้หลังเดือน มิ.ย.นี้ และด้วยขนาดกองทุนเพียงเท่านี้น่าจะเสนอขายให้แก่นักลงทุนในประเทศทั้งหมด แต่หากสถานการณ์การเมืองยังไม่คลี่คลายภายในเดือน มิ.ย. บริษัทอาจจะเลื่อนการขายออกไปจนกว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเข้าสู่ภาวะปกติ







