posttoday
คอนโดหนีวิกฤตการเมืองเปิดตัวใหม่ลดฮวบ 50%

คอนโดหนีวิกฤตการเมืองเปิดตัวใหม่ลดฮวบ 50%

21 กุมภาพันธ์ 2557

จากปัจจัยลบทางการเมืองได้ส่งผลกระทบกับกำลังซื้อที่เริ่มชะลอตัวลง ทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดคอนโดมิเนียมที่จากเดิมเปิดโครงการถี่เป็นดอกเห็ด ต้องติดเบรกเพื่อเร่งระบายสินค้าที่มีอยู่ในสต๊อก

จากปัจจัยลบทางการเมืองได้ส่งผลกระทบกับกำลังซื้อที่เริ่มชะลอตัวลง ทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดคอนโดมิเนียมที่จากเดิมเปิดโครงการถี่เป็นดอกเห็ด ต้องติดเบรกเพื่อเร่งระบายสินค้าที่มีอยู่ในสต๊อก

อุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดคอนโดในปีนี้ทั้งปีเชื่อว่าจะมีโครงการคอนโดเปิดใหม่ไม่เกิน 4 หมื่นยูนิต ลดจากปี 2556 ที่มีจำนวนโครงการใหม่เปิดขายสูงถึง 8.5 หมื่นยูนิต ไปกว่า 50%

จากจำนวนโครงการที่เปิดขายในปี 2557 จำนวน 4 หมื่นหน่วย เมื่อรวมกับจำนวนยูนิตโครงการเปิดใหม่ในปีที่ผ่านมา (2556) ที่ยังขายไม่หมดมีอยู่ 4.2 หมื่นยูนิต กับจำนวนยูนิตที่เหลือขายจากปีก่อนหน้า (2555) ที่ยังมีอีก 3.5 หมื่นยูนิต จะทำให้ซัพพลายในตลาดรวมปีนี้มีจำนวน 1.2 แสนยูนิต

ในภาวะที่ตลาดไม่เอื้ออำนวยจากปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจ ผนวกกับซัพพลายยังมีอยู่ในตลาดจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับแผน ทั้งการลดจำนวนโครงการใหม่ และชะลอการเปิดตัวจนกว่าจะมีความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นต้องผ่านการทำรายงานผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ก่อนที่จะเปิดขายโครงการ

ขณะเดียวกัน ต้องศึกษาดีมานด์ในแต่ละทำเลให้ดี เพราะเสี่ยงกับการเกิดฟองสบู่ ขณะที่ที่ดินเพื่อพัฒนาคอนโดในเมืองมีราคาแตะหลัก 1 ล้านบาทต่อตารางวาหลายแปลงแล้ว ที่ดินแปลงดีๆ เริ่มหาได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นผลให้ราคาขายของคอนโดต่อตารางเมตรยังปรับสูงขึ้น เพราะมาจากต้นทุนที่ดิน

สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้ บริษัทได้เปิดโครงการคอนโดใหม่ 9 โครงการ มูลค่าโครงการ 1.76 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2556 ที่เปิดตัว 29 โครงการ มูลค่า 4.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่โครงการส่วนใหญ่จะเริ่มเปิดตัวในไตรมาส 2 และ 3 ของปี ซึ่งในไตรมาสแรกนั้นจะเปิดตัวเพียง 1 โครงการ

นอกจากนี้ บริษัทจะได้เปิดตัวคอนโดแบรนด์ใหม่ในชื่อ Haus (เฮ้าส์) เจาะตลาดระดับกลาง 8 หมื่นบาทต่อตารางเมตร รวมไปถึงการพัฒนาแบรนด์ใหม่ เช่น NYX (นิกซ์) มูลค่า 3,000 ล้านบาท ในย่านวงเวียนใหญ่ รวมไปถึงจะเดินหน้าพัฒนาแบรนด์คอนโดระดับกลางล่าง ภายใต้แบรนด์ เดอะเบส และดีคอนโด ในตลาดต่างจังหวัดอีก 2 ทำเลใหม่ ได้แก่ จ.พิษณุโลก และศรีราชา ชลบุรี

อุทัย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ หรือแบ็กล็อก 6.3 หมื่นล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นคอนโด 5.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีนี้จำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปีที่ผ่านมามีรับรู้รายได้จากการโอนคอนโดรวม 1.55 หมื่นล้านบาท จากเป้า 1.75 หมื่นล้านบาท ถือว่าต่ำกว่าเป้า 2,000 ล้านบาท

ส่วนยอดขายในปีก่อนทำได้ 3 หมื่นล้านบาท ในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 1.56 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายยอดขายรวมกับโครงการแนวราบ 3 หมื่นล้านบาท

“สัญญาณลบที่เริ่มเห็นในปีนี้ คือ ลูกค้าชะลอโอนมากขึ้น โดยเฉพาะในระดับกลางล่างที่ซื้อโครงการดีคอนโด ที่ผ่านมาชะลอแล้ว 15% มาจากปัจจัยที่ลูกค้ามีภาระหนี้สินเพิ่ม ซึ่งทางบริษัทได้พยายามช่วยลูกค้าแก้ปัญหา โดยเจรจากับสถาบันการเงินหลายแห่งให้ นอกเหนือไปจากการหาผู้กู้ร่วม รวมไปถึงการหาดอกเบี้ย 0% นาน 9 เดือน มาช่วยลูกค้า” อุทัย กล่าว

นี่คือการปรับตัวเพื่อรับกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้น แต่หากสถานการณ์ทางการเมืองกลับพลิกฟื้นตัวดีขึ้น ก็เชื่อว่าผู้ประกอบการจะเดินหน้าเปิดโครงการใหม่มากกว่าแผนงานที่วางไว้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท