
มันนี่ทูเดย์
เคทีซีมั่นใจยอดรูดปรื้ดโตเข้าเป้า
เคทีซีมั่นใจยอดรูดปรื้ดโตเข้าเป้า
นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี) เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่มีแผนจะทบทวนเป้าหมายทางธุรกิจในปีนี้ ที่ตั้งเป้าจะออกบัตรเครดิตใหม่กว่า 4 แสนใบ จากฐานบัตรปัจจุบัน 1.57 ล้านใบ พร้อมเพิ่มยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรไม่ต่ำกว่า 1520% จากยอดใช้จ่าย 1.2 แสนล้านบาท ในปีที่ผ่านมา รวมทั้งสินเชื่อบุคคลที่ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าราว 1.3 แสนบัญชี และเพิ่มยอดสินเชื่อคงค้างอีก 15% จากฐานที่ 1.51 หมื่นล้านบาทในปีก่อน แม้ว่าภาพรวมสินเชื่อในช่วงเดือน ม.ค. จะไม่ขยายตัวเลยหรือโต 0% และเดือน ก.พ. ก็มีแนวโน้มจะหลุดเป้าหมายสูง
เหตุที่บริษัทเลือกจะไม่ปรับลดเป้าหมายตามภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากเชื่อมั่นว่าด้วยกลยุทธ์ของบริษัทที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าจากการใช้เงินสดให้หันมาใช้จ่ายผ่านบัตร เช่น การอำนวยความสะดวกในการจองตั๋วเครื่องบินและมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งในปีนี้บริษัทเตรียมงบการตลาดเอาไว้สูงถึง 2,000 ล้านบาท จะทำให้การเติบโตตามแผนยังมีความเป็นไปได้
ศรีสวัสดิ์พาวเวอร์โชคดีหนี้เสียต่ำ
นายทนง พิทยะ ประธานกรรมการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 กล่าวว่า บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอ เพราะธุรกิจกระจายอยู่ในต่างจังหวัด และที่ทำกับคนหลากหลายอาชีพ แต่ก็ไม่ได้กระทบอะไรมาก เพราะธุรกิจมีมูลค่าไม่ถึง 1 หมื่นล้านบาท โดยเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เทียบไม่ได้กับมูลค่าเศรษฐกิจไทยประมาณ 10 ล้านล้านบาท จึงไม่ค่อนกระทบ และยังมีโอกาสโตได้อีกมากประมาณ 20 % กว่าๆ ของมูลค่าตลาดสินเชื่อที่ไม่ใช่ทางการและกึ่งทางการที่มีมูลค่าประมาณ 23 หมื่นล้านบาท แต่ถือว่าลดลงบ้างเมื่อเทียบจากเดิมที่เคยโตได้ 3040% ของมูลค่าธุรกิจ
ทังนี้ สินเชื่อที่ไม่ใช่ทางการ อาทิ ธุรกิจสินเชื่อปล่อยกู้แม่ค้า แขกเดินปล่อยกู้เก็บดอกเบี้ย เป็นการโตตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะกลุ่มนี้มีมูลค่ามาก ต่างจากการให้กู้ของบริษัทที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชยืหรือนันแบงก์ที่เป็นกึ่งทางการ และมีจำกัดในการดำเนินการต่างๆ ส่วนธุรกิจเงินกู้นอกระบบมีมูลค่ามากกว่าธุรกิจไม่ใช่ทางการและกึ่งทางการอีกเป็นสิบสิบเท่า จึงคิดว่าธุรกิจการให้กู้ของศรีสวัสยังเติบโตได้จากความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และมีการยืดหยุ่นในการชำระหนี้ได้
"เศรษฐกิจเช่นนี้บริษัทก็ไม่ได้เห็นหนี้เสียเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะมูลค่าหนี้น้อย ผู้กู้พยามรักษาหลักเครดิตอยู่แล้ว ส่วนระดับหนี้ในภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ถ้ายังเป็นภาวะเช่นนี้ ชาวนาไม่มีเงินมาจ่ายหนี้ เศรษฐกิจไม่ดี ในระยะสั้นๆ หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลอาจจะก่อปัญหาได้ แต่เท่าที่ดูยอดเอ็นพีแอลถึงสิ้นปีเพิ่มไม่มาก และในอีกแง่หนึ่งภาวะนี้ชาวนาอาจจะมากู้เพิ่มด้วย เช่น เอาบ้าน เอารถยนต์ เอาหลักทรัพย์อื่นๆ มาจำนองมากู้เพิ่มมากขึ้น เพราะชาวนายังไม่ได้เงิน ก็ต้องดิ้นรนเองก่อน เรื่องนี้น่าเห็นใจมาก







