
ค้าขายกัมพูชาคิดพ่วงตลาดเวียดนาม
การค้าชายแดนกำลังเป็นพระเอกกอบกู้เศรษฐกิจไทยที่กำลังติดหล่มจากสารพัดปัญหาในประเทศ
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
การค้าชายแดนกำลังเป็นพระเอกกอบกู้เศรษฐกิจไทยที่กำลังติดหล่มจากสารพัดปัญหาในประเทศ โดยเฉพาะการค้าชายแดนไทยกัมพูชา ที่ขยายตัวในอัตราที่สูง และยังเชื่อมโยงโอกาสไปยังตลาดเวียดนาม
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) ได้จัดสัมมนา “เปิดประตูค้าชายแดนไทยกัมพูชา” เพื่อเสนอมุมมองเรื่องนี้ กิตติวัฒน์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย (อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงจีเอ็มเอส) เปิดเผยว่า มูลค่าการค้าชายแดนของไทยทั้ง 4 ด้านในปี 2555 อยู่ที่ 9.1 แสนล้านบาท โดยไทยได้ดุลการค้า 2 แสนล้านบาท ขาดดุลเฉพาะด้านพม่า เพราะไทยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก นอกนั้นไทยได้ดุลการค้าหมด โดยเฉพาะการค้าชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งตัวเลขทางการอยู่ที่ 8.2 หมื่นล้านบาท ไทยได้ดุลการค้ากัมพูชากว่า 6 หมื่นล้านบาท ส่วนด่านการค้าที่มีมูลค่าสูงสุด คือ ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว และด่านคลองใหญ่ จ.ตราด
กัมพูชามีส่วนทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตมาก และในช่วงอีก 10 ปีข้างหน้า กัมพูชาก็จะยังซื้อสินค้าจากไทย แต่หลังจากนั้นกัมพูชาจะเข้าสู่ช่วงการผลิตสินค้าเพื่อทดแทนการนำเข้า เช่นเดียวกับลาวและพม่าที่จะเข้าสู่โหมดเดียวกัน จากนั้นก็จะขยับสู่การผลิตเพื่อส่งออก
ธุรกิจที่น่าสนใจในกัมพูชา คือ การท่องเที่ยว และไทยสามารถเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคหากไม่มีปัญหาทางการเมืองรุนแรง ขณะเดียวกัน ไทยต้องสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการค้าขายกับกัมพูชา ไม่ให้ประเด็นเรื่องความมั่นคงมีผลกระทบต่อการค้าชายแดน ซึ่งที่ผ่านมามักถูกการเมืองลากมาเกี่ยวด้วย
ดวงใจ จันทร คณะกรรมการความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดกัมพูชาน่าสนใจ แม้จะมีประชากร 15 ล้านคน เพราะคนกัมพูชาชอบสินค้าไทยมาก และกัมพูชาสามารถเชื่อมเวียดนาม โดยเฉพาะเมืองโฮจิมินห์เป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของเวียดนามตอนใต้ ซึ่งมีประชากร 60 ล้านคน จากทั้งหมด 90 ล้านคน
นักลงทุนไทยอย่าคิดแค่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา แต่ควรมองถึงตลาดเวียดนามด้วย ที่สำคัญ คนกัมพูชาชอบสินค้าและคนไทย สินค้าไทยจึงยังครองตลาดกัมพูชาแม้สินค้าจีนจะเข้าไปมาก
แต่ผู้ประกอบการต้องอดทน เพราะบางครั้งกว่าสินค้าจะติดตลาดใช้เวลานาน ผู้ประกอบการก็มักถอดใจเสียก่อน รวมถึงผู้ประกอบการไทยต้องรู้ว่าควรติดต่อกับพ่อค้ารายใหญ่ที่อยู่ในพนมเปญเพื่อเป็นตัวแทนนำสินค้าไปกระจายต่อในประเทศ แตกต่างกับพม่าที่ต้องติดต่อพ่อค้าชายแดนให้นำสินค้าไปกระจายต่อ
ปัจจุบัน ผู้ประกอบการไทยสนใจเข้าไปลงทุนในกัมพูชาเพราะค่าแรงถูก แม้จะเริ่มมีประท้วงขึ้นค่าแรง จากวันละ 100 บาท เพิ่มเป็น 160 บาท ก็ยังถูกกว่าค่าแรงในไทย แต่การจะลงทุนในกัมพูชาต้องศึกษาข้อมูลให้ดี เพราะค่าน้ำไฟแพง และค่าครองชีพสูง
ด้าน อรนุช ผการัตน์ ประธานสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจไทยในกัมพูชา บอกว่า ปัจจุบัน ในกัมพูชายังไม่มีโรงงานมากนัก ส่วนใหญ่เป็นโรงงานสิ่งทอที่เน้นใช้แรงงานจำนวนมาก ผู้ประกอบการไทยจึงยังมีโอกาสทางธุรกิจ เพราะกัมพูชาต้องการสินค้าแทบทุกประเภท แต่ก็ต้องดูด้วยว่าสินค้าอะไรจะขายแข่งกับเวียดนามได้ ขณะที่สินค้าเอสเอ็มอีของไทยเป็นที่นิยมในกัมพูชามากเช่นเดียวกับในเวียดนาม
“การจะเข้าไปทำธุรกิจในกัมพูชาต้องรู้ว่าเขาต้องการอะไร อย่างโรงงานชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ไม่มี ทั้งที่ในกัมพูชามีรถยนต์จำนวนมาก หรือหากยังไม่ต้องการเข้าไป ก็หาคู่ค้าเพื่อนำสินค้าเข้าไปขายทดลองตลาดก่อน”
นิธิวดี มานิตกุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมเศรษฐสัมพันธ์และความร่วมมือ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอยู่ภายใต้แนวระเบียงเศรษฐกิจหลากหลาย โดยเฉพาะแนวระเบียงตอนใต้ซึ่งมีศักยภาพมาก เพราะเชื่อมโยงท่าเรือสำคัญในไทย พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ส่งผลให้เชื่อมโยงการขนส่งและเครือข่ายการผลิตระหว่างกันได้ทั้งทางบกและทางทะเล







