
ไทยลุ้นส่งออกเกษตรเพิ่ม
ถกบาหลีแพ็กเกจเปิดช่องตลาดเสรีพร้อมเตือนตั้งรับสินค้านอกทะลัก
ถกบาหลีแพ็กเกจเปิดช่องตลาดเสรีพร้อมเตือนตั้งรับสินค้านอกทะลัก
ไทยสบช่องขยายตลาดส่งออก หลังบาหลี แพ็กเกจตั้งทีมเร่งเปิดเสรีสินค้าเกษตร
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ได้จัดประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าผลการเจรจาบาหลี แพ็กเกจที่บาหลีเมื่อเดือน ธ.ค. 2556 โดยในข้อตกลงด้านเกษตรได้แต่งตั้งคณะกรรมการว่าด้วยเกษตร เพื่อติดตามตรวจสอบและทบทวนการเปิดเสรีการค้าสินค้าเกษตรภายใต้ดับเบิลยูทีโอ ซึ่งจะติดตามว่าแต่ละประเทศได้ปฏิบัติตามพันธกรณีและบริหารจัดการโควตาภาษีอย่างไร
“คณะกรรมการชุดนี้จะหารือรายละเอียดการเปิดเสรีสินค้าเกษตรว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีกฎระเบียบอะไรที่ยังไม่ชัดเจนก็ต้องทำให้ชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอุดหนุนสินค้าเกษตร การบริหารโควตานำเข้า หากประเทศที่เป็นคู่ค้าของไทยลดการอุดหนุน หรือไม่จำกัดโควตาจะช่วยให้ไทยสามารถเปิดตลาดสินค้าเกษตรไปยังประเทศต่างๆ ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันไทยก็ต้องมีแผนรับมือ เพราะต้องเปิดตลาดให้ประเทศอื่นด้วย” นายสมเกียรติ กล่าว
สำหรับเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร ดับเบิลยูทีโอยินยอมให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ สามารถเข้าไปแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรได้ แต่ต้องจัดทำมาตรการในการเก็บสต๊อกสินค้าของรัฐบาลออกมาให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนราคาสินค้าเกษตร
นายสมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด ได้มีการหารือเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ประเทศกลุ่มนี้ได้ประโยชน์จากการที่ประเทศต่างๆ ยกเลิกภาษีและโควตาสินค้าที่นำเข้าจากประเทศพัฒนาน้อยที่สุด โดยได้กำหนดให้มีการจัดทำกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าที่เข้าใจง่าย โปร่งใส และยืดหยุ่นสำหรับการเปิดตลาด เพื่อให้ประเทศกลุ่มนี้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำการค้ามากขึ้น
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีแผนจะลดภาษีสินค้า 6,998 รายการ ให้กับประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ไทยมีความจำเป็นต้องนำเข้า เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ เช่น เนื้อสัตว์ สัตว์มีชีวิต มันสำปะหลัง ข้าวสาลี ถั่วลิสง สินแร่ กระดาษ โดยจะมีผู้ได้ประโยชน์ 49 ประเทศ







