
เร่งธุรกิจอินเดียสร้างแบรนด์
เว็บสังคมออนไลน์ประสิทธิภาพสูงเจาะกลุ่มลูกค้าตรงเป้าต้นทุนต่ำ
เว็บสังคมออนไลน์ประสิทธิภาพสูงเจาะกลุ่มลูกค้าตรงเป้าต้นทุนต่ำ
กูรูแนะรายย่อยอินเดียเร่งสร้างแบรนด์ ผ่านสังคมออนไลน์ ชี้่มีประสิทธิภาพสูง ต้นทุนไม่มาก
ปราฮัท คากา ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การโฆษณาสินค้าชาวอินเดีย เปิดเผยในระหว่างงานสัมมนาเรื่องเคล็ดลับความสำเร็จของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งจัดโดยอินเดียเอสเอ็มอี ฟอรั่ม โดยเจ้าตัวระบุว่าอยากเรียกร้องให้ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์สินค้าให้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ช่องทางผ่านสื่อสังคมออนไลน์
คากา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันการสร้างแบรนด์สินค้าไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแค่ในสื่อแบบเก่า เช่น วิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์อีกแล้ว เนื่องจากการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์สินค้ายังได้แพร่ขยายไปสู่ในสังคมออนไลน์แล้ว โดยถือเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้ต้นทุนต่ำมาก
“สื่อสังคมออนไลน์ถือเป็นช่องทางที่ทั้งประหยัดต้นทุนและมีประสิทธิภาพสูง เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สื่อทั่วไป มิหนำซ้ำช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ยังสร้างความรู้สึกเป็นกันเองกับลูกค้าอีกด้วย” คากา กล่าว
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการโฆษณาสินค้าจากแดนภารต ยังกล่าวเสริมอีกว่า การสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักผ่านสื่อออนไลน์ ถือเป็นกลวิธีที่ชาญฉลาด และเป็นวิธีที่ใช้เจาะกลุ่มตลาดเป้าหมายที่ทำได้ตรงจุดที่สุด ดังนั้นช่องทางดังกล่าวจึงมีศักยภาพสูงที่ผู้ประกอบการรายย่อยไม่ควรมองข้าม
“ถ้าหากคุณต้องการให้สินค้าไปสู่ระดับโลก แบรนด์สินค้าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ดังนั้นการเลือกชื่อสินค้าให้เหมาะสำหรับบริษัทคุณเอง หรือสินค้าคุณจึงเป็นสินค้าที่สำคัญมาก” คากา กล่าว
ขณะที่ ดายัน ซิงห์ รัทโท ผู้บริหารบริษัท ไมโครซอฟท์ในอินเดีย ระบุว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยเปิดช่องทางและโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีข้อมูลและข่าวสาร เนื่องจากไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจแล้ว ก็ยังช่วยให้การสื่อสารกับลูกค้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่ทำให้ลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล
ทั้งนี้ งานสัมมนาด้านธุรกิจเอสเอ็มอี ในอินเดียดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 22 แล้ว ซึ่งได้รับการริเริ่มและควบคุมโดย อินเดียเอสเอ็มอี ฟอรั่ม ซึ่งเป็นเวทีที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมและแบ่งปันความรู้และตัวอย่างที่ดีในการทำธุรกิจให้แก่เอสเอ็มอี ได้นำไปปรับปรุงพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันทางธุรกิจต่อไป







