
ค่ายรถเมินผุดอีโคคาร์เฟส2
หวั่นผลตอบแทนได้ไม่คุ้มค่าเงินลงทุนบีโอไอมั่นใจแห่ขอรับส่งเสริมช่วงสุดท้าย
หวั่นผลตอบแทนได้ไม่คุ้มค่าเงินลงทุนบีโอไอมั่นใจแห่ขอรับส่งเสริมช่วงสุดท้าย
ค่ายรถยนต์ยังไม่ยื่นรับส่งเสริมอีโคคาร์เฟส 2 แม้จะสิ้นสุดระยะเวลาสิ้น มี.ค.นี้
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตรถยนต์รายใดยื่นขอส่งเสริมการลงทุนตามโครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสิ่งแวดล้อม รุ่นที่ 2 (อีโคคาร์ 2) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้เปิดให้ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาและจะหมดเวลาให้ยื่นในสิ้นเดือน มี.ค.นี้
ทั้งนี้ สาเหตุของการยังไม่ยื่นรับการส่งเสริมการลงทุน เนื่องจากค่ายรถแต่ละแห่งรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ทางการเมือง ตลอดจนอยู่ระหว่างศึกษาความคุ้มค่าของการลงทุนของตลาดรองรับเพียงพอหรือไม่ พร้อมกับหาข้อมูลการลงทุนให้มากที่สุด เนื่องจากการลงทุนต้องใช้เม็ดเงินหลายพันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับภาคเอกชนพบว่า ยังมั่นใจในศักยภาพการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย เพราะไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมต่อเนื่องของยานยนต์ โดยเชื่อว่าปี 2560 ไทยจะสามารถผลิตรถยนต์ได้ถึง 3 ล้านคัน ตามเป้าหมายที่รัฐบาลและเอกชนวางไว้ เพราะจะมีการผลิตรถยนต์ที่หลากหลาย ทั้งรถกระบะขนาดไม่เกิน 1 ตัน รถยนต์อีโคคาร์ 1 รวมทั้งรถยนต์นั่งที่ทำตลาดในปัจจุบัน
“ในอนาคตจะเริ่มมีการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ 2 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่บีโอไอมีนโยบายสนับสนุนและเคยนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าตัวอย่างมาให้ผู้ผลิตรถยนต์ไทยศึกษา ขณะนี้ผู้ผลิตรถยนต์ทั้งญี่ปุ่นและยุโรปจึงรอให้บีโอไอประกาศส่งเสริมลงทุนอย่างเป็นทางการ เพราะต่างสนใจจะผลิตเนื่องจากเทคโนโลยีมีความพร้อมแล้ว” นายสุรพงษ์ กล่าว
สำหรับปี 2557 คาดว่าไทยจะผลิตรถยนต์ได้ประมาณ 2.55 ล้านคัน แบ่งเป็นรถยนต์เพื่อส่งออก 1.2-1.3 ล้านคัน และรถยนต์เพื่อขายในประเทศ 1.2-1.3 ล้านคัน ใกล้เคียงกับการส่งออก โดยตลาดส่งออกมีโอกาสมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้นตัว อาทิ สหรัฐ ยุโรป และจีน ดีขึ้น นอกจากนี้ เมื่อปลายปีที่ผ่านมายังสามารถส่งออกรถยนต์อีโคคาร์รุ่นแรกไปยังตลาดใหม่อย่างสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ปกติการยื่นขอส่งเสริมลงทุนผลิตรถยนต์จะเกิดขึ้นในช่วงท้ายหรืออาจเป็นวันสุดท้ายก็ได้ เพราะผู้ผลิตกลัวว่าข้อมูลของบริษัทจะรั่วไหล ซึ่งจนถึงขณะนี้ผู้ประกอบการก็ยังแสดงความสนใจ โดยการเข้ามาขอข้อมูลและคำปรึกษา ทั้งนี้ คาดว่าโครงการอีโคคาร์ รุ่นที่ 2 จะส่งผลให้เกิดการลงทุนในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์อีกมาก เนื่องจากขณะนี้นักลงทุนแสดงความสนใจทั้งรายเดิมและรายใหม่รวมๆ แล้วไม่น่าต่ำกว่า 8 ราย
รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาห กรรมแจ้งว่า รถอีโคคาร์ รุ่นที่ 2 เป็นโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรมคาดหวังว่าจะเข้ามากระตุ้นให้การผลิตรถยนต์ของไทยขึ้นไปอยู่ที่ 3.4 ล้านคัน ในปี 2560 สูงกว่าเป้าหมายเดิมก่อนที่จะออกอีโคคาร์ รุ่นที่ 2 จำนวน 3 ล้านคัน โดยคาดว่าจะเริ่มมีการผลิตเร็วที่สุดคือ ปี 2559 และอย่างช้าสุดปี 2562







