posttoday
ทีโอทีผนึกเอไอเอสฝ่ามรสุมม็อบปลดล็อก 3 จี

ทีโอทีผนึกเอไอเอสฝ่ามรสุมม็อบปลดล็อก 3 จี

20 กุมภาพันธ์ 2557

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุและภาวะสุญญากาศไร้รัฐบาลตัวจริง ส่งผลกระทบชัดเจนต่อ บิ๊กโปรเจกต์ของหน่วยงานภาครัฐ

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุและภาวะสุญญากาศไร้รัฐบาลตัวจริง ส่งผลกระทบชัดเจนต่อ บิ๊กโปรเจกต์ของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ 3จี เฟส 2 ของ บริษัท ทีโอที ที่มีแผนจะลงทุน 1.5 หมื่นสถานี วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาลชุดใหม่

ดังนั้น ทีโอทีจำเป็นต้องเร่งพลิกวิกฤตครั้งนี้ด้วยการหาพันธมิตรร่วมดำเนินการ และเลือกพันธมิตรเก่าแก่ยาวนานอย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ที่มีดีกรีเป็นคู่สัญญาสัมปทานยาวนานเกือบ 3 ทศวรรษ เข้ามาร่วมธุรกิจในครั้งนี้

ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นในรูปแบบให้เอไอเอสเป็นผู้ลงทุนติดตั้งสถานีฐานเพื่อให้ทีโอทีเช่าใช้ มีอายุสัญญาเบื้องต้น 1 ปี ซึ่งเอไอเอสอาจลงทุนเพียง บางส่วนจาก 1.5 หมื่นสถานีฐาน พร้อมทั้งสิทธิการใช้คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ของทีโอที

รูปแบบดังกล่าวจะเป็นลักษณะเดียวกับสัญญาให้บริการ 3จี ทรูมูฟเอช ระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม (กสทฯ) และกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ทรูเป็นผู้ลงทุนติดตั้งสถานีฐานผ่าน บริษัท บีเอฟเคที และ ให้ กสทฯ เช่าใช้สถานีฐานดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ เอไอเอส ได้เสนอแผนดังกล่าวให้ทางทีโอทีพิจารณา หลังจากที่ทรูทำสัญญากับ กสทฯ

ยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า การเปิดให้พันธมิตรซึ่งเป็นคู่สัมปทานของทีโอทีอยู่แล้วเป็นผู้ลงทุนโครงการ 3จี เฟส 2 จะช่วยให้ทีโอทีไม่ต้องมีปัญหาเรื่องการหาแหล่งเงินกู้มาลงทุนเอง เพราะขณะนี้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายโครงการ 3จี เฟสแรก จำนวน 5,320 สถานี มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท จากการที่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางบัญชีเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2556 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การเร่งหาพันธมิตรเป็นหนึ่งในแผนพลิกฟื้นองค์กรหลังทีโอทีต้องประสบปัญหาด้านรายได้จากสัมปทานที่เคยได้รับปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท หายไป เนื่องจากต้องนำส่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตาม พ.ร.บ.กสทช. ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป

นอกจากทีโอทีแล้ว ยังมีพันธมิตรเอกชนอีก 2 รายใหญ่ คือ บริษัท สามารถ ไอโมบาย ที่จะทำตลาดโครงการ 3จี เฟสแรก และบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น ที่พัฒนาคุณภาพของอุปกรณ์และโครงข่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมให้กับทีโอที เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร

หากความร่วมมือครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ทีโอทีอาจดำเนินการจริงจังเช่นเดียวกับ กสทฯ ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2556 มีมติเห็นชอบการปรับปรุงการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ รูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3จี ด้วยระบบเอชเอสพีเอ วงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท พร้อมยกเลิกโครงการขยายโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มอี วงเงิน 3,800 ล้านบาท ของกสทฯ ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์เพื่อพลิกฟื้นฐานะการเงินของกสทฯปี 25562560

ตามแผนการดำเนินงาน กสทฯ จะใช้เงินลงทุนสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมด้วยตนเอง วงเงิน 14,545 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนระบบสื่อสัญญาณ 12,525 ล้านบาท อุปกรณ์โครงข่ายหลัก (Core Network) วงเงิน 670 ล้านบาท เงินสำรองโครงการ 10% วงเงิน 1,319 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีวงเงินค่าเช่าอุปกรณ์และโครงข่ายจากกลุ่มทรู ตลอดอายุสัญญา 14 ปี (2554-2568) วงเงิน 201,503 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเช่าเสาโทรคมนาคม 37,128 ล้านบาท ค่าเช่าระบบสื่อสัญญาณ 8,070 ล้านบาท ค่าเช่าอุปกรณ์สถานีฐานและอุปกรณ์โครงข่ายหลัก 156,304 ล้านบาทโดยการลงทุนและการทำสัญญา 3จี ครั้งนี้ จะทำให้ กสทฯ มีรายได้จากสัญญาดังกล่าวปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท ทำให้ฐานะการเงินดีขึ้น แม้จะไม่มีรายได้จากสัมปทานอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม แผนความร่วมมือของทีโอทีครั้งนี้อาจดูเหมือนเป็นความหวังครั้งสำคัญที่จะมีรายได้ทดแทนสัมปทานที่หายไป แต่อย่าลืมว่า กสทช. กำลังจะเปิดประมูลคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งมีอายุใบอนุญาต 15 ปี และดูเหมือนเอกชนจะให้ความสนใจมากกว่าพันธมิตรระยะสั้น ที่ทำไปเพื่อคั่นเวลารอการประมูลของจริงเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท