
พิษ พรก.ฉุกเฉิน
ที่รัฐบาลรักษาการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลต่างประเทศต่างดาหน้ากันออกประกาศเตือนห้ามนักท่องเที่ยวประเทศตัวเองหลีกเลี่ยงการเดินทางมากรุงเทพฯ ทันที หรือไม่ก็ประกาศให้หลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุมพุ่งเป็น 48 ประเทศ จากเดิม 36 ประเทศ
ที่รัฐบาลรักษาการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลต่างประเทศต่างดาหน้ากันออกประกาศเตือนห้ามนักท่องเที่ยวประเทศตัวเองหลีกเลี่ยงการเดินทางมากรุงเทพฯ ทันที หรือไม่ก็ประกาศให้หลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุมพุ่งเป็น 48 ประเทศ จากเดิม 36 ประเทศ
เฉพาะฮ่องกงได้เพิ่มระดับคำเตือนเป็นระดับ 5 สีดำสูงสุด คือ ห้ามเดินทางมาประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวฮ่องกงยกเลิกการเดินทางมาไทยเดือน ม.ค. จนถึงปัจจุบันระยะเวลากว่า 1 เดือน นักท่องเที่ยวลดลงกว่า 5 หมื่นคน
นักท่องเที่ยวที่หายไปส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย ทั้งจีน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมทั้งตลาดรัสเซีย
ตลาดหลักที่เป็นท็อป 5 ของไทย คือ จีน มาเลเซีย รัสเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลี ปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นตัวแทนของเอกชนท่องเที่ยว ส่งหนังสือถึงยิ่งลักษณ์ เพื่อคัดค้านการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมขอให้ยกเลิกทันที เพราะในความรู้สึกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หมายถึง สัญญาณเตือนภัยที่จะเกิดความรุนแรงทางการเมืองขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนเส้นทางการท่องเที่ยวไปยังภูมิภาคอื่นในประเทศไทยแทน
นอกจากนี้ ก่อนการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เอกชนท่องเที่ยวพยายามสื่อสารข้อมูลความเคลื่อนไหวเหตุการณ์ม็อบ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับประเทศไทย ไม่มีอาการตกใจหรือกังวลกับเหตุการณ์มากนัก เพราะถือว่าการชุมนุมมีพื้นที่จำกัด สามารถเลี่ยงม็อบและเดินทางไปเที่ยวสถานที่อื่นๆ ในกรุงเทพฯ ได้ แต่การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นสัญญาณการเตือนภัยที่สร้างความหวั่นวิตกให้กับนักท่องเที่ยว เพราะว่าจะเกิดสงครามการเมืองขึ้น
เฉพาะเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปเพิ่มอีก 3 แสนคน สูญรายได้ไปกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท







