
ชินฯเพิ่มแหล่งกำไร
5ปีเทน้ำหนักไทยคมลดพึ่งพาเอไอเอสดาวเทียมขอโตเกิน10%ซีเอสลุ้นถึง5%
5ปีเทน้ำหนักไทยคมลดพึ่งพาเอไอเอสดาวเทียมขอโตเกิน10%ซีเอสลุ้นถึง5%
ชิน คอร์ป เปิดแผน 5 ปี กระจายแหล่งกำไรลดเสี่ยง ลั่นปีนี้โตแซงหน้ารายได้
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา บริษัท 4 แห่งในกลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ร่วมกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ซึ่งเป็นเวทีสำหรับบริษัทจดทะเบียนนำเสนอข้อมูลผลประกอบการให้นักวิเคราะห์และนักลงทุนทั่วไปทราบโดยตรง
น.ส.อุมาวรรณ ส่องศิริ ผู้จัดการ สำนักการลงทุนสัมพันธ์ INTUCH เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในระยะ 5 ปีข้างหน้า ระหว่างปี 2557-2561 วางเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนแหล่งที่มาของกำไรจากแหล่งอื่นเป็น 25% ซึ่งจากปี 2556 มีสัดส่วนประมาณ 3% โดยมาจากการรับรู้กำไรของบริษัท ไทยคม (THCOM) และการลงทุนอื่นๆ เพื่อกระจายแหล่งที่มาของกำไร รวมถึงลดความเสี่ยง จากในปี 2556 รับรู้กำไรสูงถึงประมาณ 97% จากการถือหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส (ADVANC) สัดส่วน 40.45%
สำหรับแหล่งที่มาของกำไรจะมาจากการลงทุนในกลุ่มธุรกิจเป้าหมาย 4 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจเทเลคอม มีเดีย ไอที และดิจิตอลคอนเทนต์ โดยบริษัทมีแหล่งเงินลงทุนพร้อมจากกระแสเงินสดราว 2,000 ล้านบาทต่อปี และยังมีความสามารถกู้เพิ่ม เพราะปัจจุบันบริษัทไม่มีหนี้และมีสถานะเงินสดสุทธิ
น.ส.ทมยันตี คงพูลศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการลงทุนสัมพันธ์ INTUCH กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีข้างหน้าบริษัทยังวางสถานะการทำธุรกิจเป็นโฮลดิ้งคอมพานี โดยมีกลยุทธ์เป็นผู้ถือหุ้นเชิงรุก ซึ่งจะลงทุนในธุรกิจที่น่าสนใจและร่วมกันทำแผนกับบริษัทลูก ทั้งที่ถือหุ้นอยู่เดิมเพื่อสนับสนุนการเติบโตหรือตั้งบริษัทลูกขึ้นมาใหม่ในธุรกิจที่โอกาสเติบโต
ในปีนี้ได้ตั้งงบลงทุนไว้ไม่เกิน 200 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในธุรกิจเงินร่วมลงทุน (VC) ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเป้าหมายของบริษัท 4 ประเภท ซึ่งในอนาคตมีศักยภาพเติบโตที่สูง
นอกจากนี้ กำไรในปี 2557 มีโอกาสจะเติบโตในทางเดียวกับเป้าหมายรายได้ที่วางไว้เติบโต 57% จากปีก่อน โดยเฉพาะการนับรวมงบการเงินของ THCOM ไว้ที่บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายเดียว โดยในปีนี้รายได้จะมีการเติบโตที่ดี ด้วยปัจจัยบวกจากการยิงดาวเทียมใหม่ขึ้นสู่วงโคจรในปี 2 ดวง คือ ดาวเทียวไทยคม 6 และไทยคม 7
กรณีข่าวที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศยกระดับพุ่งเป้าเล่นงานธุรกิจชินวัตรนั้น ขอชี้แจงว่า ปัจจุบันผู้ถือหุ้นของ INTUCH ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม คือ กลุ่มตระกูลชินวัตร หลังจากที่ขายหุ้นออกไปก่อนหน้านี้ และยังไม่มีความเกี่ยวทางการเมืองด้วย
นอกจากนั้น การดำเนินธุรกิจของบริษัทในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังทำธุรกิจตามปกติด้วยความเป็นมืออาชีพ โดยอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องภายใต้กฎหมาย รวมถึงหลักเกณฑ์กฎระเบียบที่ถูกต้อง
“ไม่มีความกังวล เพราะตอนนี้ยืนยันว่าบริษัทไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ถือหุ้นเดิม และประเด็นทางการเมืองพิสูจน์ได้จากการกระทำของเราที่มีการเปิดเผยข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้นจะทราบได้ว่าเป็นใคร เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีแผนอะไรเพิ่มเพื่อสร้างความเชื่อมั่น” น.ส.ทมยันตี กล่าว
ด้านกระแสข่าวกลุ่มเทมาเซกผู้ถือหุ้นใหญ่จะขายหุ้น INTUCH ทั้งหมดให้กับสิงเทล ขณะนี้ทีมผู้บริหารไม่ทราบข้อมูลที่เกิดขึ้นดังกล่าว แต่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรือไม่ ยืนยันว่าทีมผู้บริหารยังมีนโยบายการดำเนินธุรกิจทำด้วยความเป็นมืออาชีพ จึงไม่น่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจ
น.ส.นัฐิยา พัวพงศกร ผู้จัดการ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2557 จะเติบโต 68% โดยการเติบโตหลักในปีนี้จะเน้นการขายเครื่องโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนด้วยราคาเฉลี่ยต่อเครื่องต่ำลงอยู่ที่ 2,5503,000 บาทต่อเครื่อง ซึ่งปัจจุบันรายได้จากการขายเครื่องโทรศัพท์มือถือมีสัดส่วนต่อรายได้รวมที่ 13% ซึ่งคาดว่าสัดส่วนในปีนี้จะโตก้าวกระโดด
อย่างไรก็ดี การขายเครื่องโทรศัพท์มือถือจะมีอัตรากำไรที่ต่ำหรือไม่มีเลย แต่จะได้ประโยชน์จากการใช้บริการด้านข้อมูลที่เพิ่มขึ้นชดเชยรายได้จากการบริการใช้เสียงที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจ โดยในปีนี้ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเป็น 4445 ล้านราย พร้อมขยายสัดส่วนฐานลูกค้า 3จี เป็น 75% ของฐานลูกค้าทั้งหมด โดยปัจจุบันอยู่ที่ 41 ล้านราย มีสัดส่วนลูกค้า 3จี ที่ 40% อีกทั้งได้เพิ่มงบการตลาดเป็น 4.5% ของรายได้รวมจากระดับปกติที่ 3% ของรายได้รวมเพื่อออกแคมเปญให้ลูกค้าเปลี่ยนเครื่องและโอนย้ายมาใช้ 3จี
ขณะที่งบลงทุนรวมปีนี้จัดไว้ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายบริการโครงข่าย 3จี ให้ครอบคลุมสัดส่วน 95% ของประชากร โดยอัตรากำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดามาร์จิ้น) จากการให้บริการข้อมูลเพิ่มขึ้นเป็น 53% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 50% เพื่อรักษาให้ให้อีบิตดามาร์จิ้นใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 44%
“ไม่กังวลประเด็นการเมือง อยากให้นักลงทุนดูที่พื้นฐานของบริษัท และเราทำทุกอย่างด้วยความถูกต้อง” น.ส.นัฐิยา กล่าว
นายเคน สตรุทเกอร์ ผู้อำนวยการสำนักการลงทุนสัมพันธ์ THCOM กล่าวว่า ตั้งเป้ารายได้ปี 2557 จะเติบโตไม่น้อยกว่า 10% ซึ่งสูงกว่าอัตราเติบโตรายได้ปี 2556 ที่โต 8.9% หรือมีรายได้ 7,900 ล้านบาท โดยได้ปัจจัยบวกจากดาวเทียมใหม่จำนวน 2 ดวง และดาวเทียวไทยคมมีอัตราการใช้ช่องสัญญาณแล้วเฉลี่ย 68% และดาวเทียมไทยคม 7 ซึ่งมีแผนจะยิงสู่วงโคจรซึ่งมียอดจองช่องสัญญาณล่วงหน้าสัดส่วน 40% ของความสามารถในการให้บริการ และดาวเทียมทั้งสองดวงนี้จะมีการใช้ช่องสัญญาณเต็มในช่วง 23 ปีข้างหน้า
ในปีนี้น่าจะได้ผลสรุปการศึกษาการดาวเทียมไทยคม 8 ว่าจะให้บริการครอบคลุมพื้นที่ใดได้บ้าง รวมถึงสำรวจความต้องการใช้ช่องสัญญาณ ซึ่งยังคงมีความต้องการขยายตัวขึ้นตามช่องจำนวนเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจโทรทัศน์ ทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และความต้องการช่องสัญญาณเพิ่มจากเทคโนโลยีใหม่ๆ
“ปีนี้เน้นการขายช่องสัญญาณ เพราะเรามีจำนวนดาวเทียวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา รวมถึงเน้นการขายการบริการที่เพิ่มมูลค่ามากว่าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เพราะทำมาร์จิ้นสูง ตอนนี้บริการที่เพิ่มมูลค่ามีสัดส่วนต่อรายได้อยู่ที่ 10% อนาคตต้องการให้ถึง 15%” นายเคน กล่าว
นายอนุวัฒน์ สงวนทรัพยากร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ (CSL) กล่าวว่า ในปี 2557 บริษัทคาดว่ากำไรจะเติบโตได้ตามทิศทางรายได้ที่วางเป้าหมายเติบโต 35% โดยที่การเติบโตจะมาจาก 2 ธุรกิจหลัก คือ การให้บริการข้อมูลด้านเสียงทางโทรศัพท์และการบริการเสริมบนโทรศัพท์มือถือ จะมีการรักษาระดับรายได้จากฐานลูกค้าเดิมและเสนอบริการ พัฒนาและออกแอพพลิเคชั่นใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของสมาร์ทโฟน และจากการเติบโตของธุรกิจไอซีที เน้นให้บริการกลุ่มลูกค้าธุรกิจด้วยบริการที่มีคุณภาพแบบรวมศูนย์ และการให้บริการศูนย์รับฝากคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา รวมถึงบริการขายและติดตั้งระบบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย รวมไปจนถึงบริการด้านคลาวด์คอมพิวเตอร์ที่กำลังเติบโต
ขณะเดียวกัน ในเดือน ก.ย.นี้ เตรียมเปิดศูนย์ให้บริการรับฝากคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา มูลค่าลงทุน 350 ล้านบาท โดยกลุ่มลูกค้าหลัก คือ ลูกค้าองค์กรในส่วนของฐานข้อมูลที่มีความจำเป็นในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา







