posttoday
‘มูดี้ส์-ฟิทช์’ส่อหั่นเครดิต

‘มูดี้ส์-ฟิทช์’ส่อหั่นเครดิต

20 กุมภาพันธ์ 2557

คลังจับตาการเมืองจำนำข้าวฉุดฐานะคลังแย่ซีไอเอ็มบีลุ้นโดนเบาแค่ปรับลดมุมมอง

คลังจับตาการเมืองจำนำข้าวฉุดฐานะคลังแย่ซีไอเอ็มบีลุ้นโดนเบาแค่ปรับลดมุมมอง

สบน.เผย 2 บริษัทเครดิตหวั่นไทยถูกลดขั้น เหตุการเมืองยืดเยื้อนโยบายจำนำข้าวกระทบสถานะการคลัง

นายสุวิชญ โรจนวานิช ที่ปรึกษาสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หลังจากที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และฟิทช์ เรทติ้งส์ เก็บข้อมูลผ่านวิดีโอทางไกลกับกระทรวงการคลังเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไม่ได้เดินทางเข้ามาในไทยเนื่องจากความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นนั้น ทั้งสองสถาบันต่างแสดงความเห็นว่า ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้ประเทศไทยถูกลดเครดิตลง แต่กระทรวงการคลังได้ชี้แจงว่า หากสามารถเลือกตั้งและได้รัฐบาลใหม่ น่าจะทำให้ปัญหาการเมืองของไทยคลี่คลายมากขึ้น

นอกจากนี้ สถาบันจัดอันดับทั้งสองแห่งจากสหรัฐ ยังแสดงความเป็นห่วงโครงการรับจำนำข้าว ว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อทั้งฐานะการคลัง และทำให้ไทยไม่สามารถจัดทำงบประมาณสมดุลได้ตามที่กำหนดไว้ในปี 2560 ซึ่งทางกระทรวงการคลังได้ชี้แจงว่า รัฐบาลกำลังพยายามเร่งระบายข้าวเพื่อนำเงินมาจ่ายชาวนา เพราะการกู้เงินนั้นทำได้ลำบาก เนื่องจากรัฐบาลรักษาการมีอำนาจจำกัดในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการอนุมัติงบประมาณในโครงการใหม่ที่มีผลผูกพันกับรัฐบาลใหม่

อย่างไรก็ตาม สถาบันจัดอันดับเครดิตยังสอบถามเรื่องการลงทุนด้านน้ำจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจาก พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ซึ่ง สบน.ได้ชี้แจงไปว่า การลงทุนทั้งสองส่วนต้องรอรัฐบาลใหม่มาตัดสินใจ ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ต้องรอผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าสามารถทำได้หรือไม่

สำหรับความเป็นไปได้ที่เครดิตไทยจะถูกลดมุมมองเป็นลบหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้จนกว่าสถาบันจัดอันเครดิตจะออกรายงานมา แต่หากไทยถูกลดเครดิตจะทำให้ต้นทุนการกู้เงินต่างประเทศของรัฐบาลและเอกชนไทยสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเครดิตประเทศไทยไม่ถูกลดต่ำจนกลายเป็นตราสารขยะที่ไม่น่าลงทุน (Junk Bond) เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังดี ทั้งด้านการคลังและการเงิน มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูง อัตราเงินเฟ้อและอัตราการว่างงานต่ำ

ทั้งนี้ อันดับเครดิตระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของไทยในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ Baa1 จากการจัดอันดับของมูดี้ส์ และอยู่ที่ BBB+ จากการจัดอันดับของฟิทช์ โดยจัดอยู่ในตราสารน่าลงทุนระดับกลางล่าง และอยู่เหนือ 3 ขั้นจากระดับจังก์ หรือตราสารความเสี่ยงสูงที่บริษัทจัดอันดับเครดิตไม่แนะนำให้ลงทุน โดยทั้งสองบริษัทยังให้แนวโน้มเครดิตของไทยมีเสถียรภาพ

ด้าน นายอมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัยเศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในเกณฑ์ดี และหนี้ภาครัฐที่ยังอยู่ในสัดส่วน 4445% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ทำให้ธนาคารมองว่า หากเทียบไทยกับประเทศที่อยู่ในอันดับความน่าเชื่อถือเดียวกันหรือต่ำกว่าแล้ว ในระยะสั้นนี้ไทยน่าจะยังสามารถคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับปัจจุบันต่อไปได้

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่า หากพิจารณาไปถึงปัจจัยการเมือง ทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ และความเสี่ยงของระดับหนี้ภาครัฐที่อาจเพิ่มขึ้นจากนโยบายทางการเมืองที่มีผลขาดทุน ก็มีความเสี่ยงที่ในระยะ 6 เดือนจากนี้ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออาจปรับลดมุมมอง (Outlook) ต่อไทย เป็นติดลบได้ (Negative) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนเล็กน้อย

“ถ้าดู 5 ปีย้อนหลังไป จีดีพีไทยยังมีอัตราเติบโตเฉลี่ยที่ 3% การปรับเครดิตจึงยังไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นการปรับมุมมอง เป็นสเต็ปแรกก็มีความเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคงไม่มีผลให้เงินไหลออกหรือมีผลต่อต้นทุนการกู้ยืมมากนัก เพราะขณะนี้นักลงทุนดูมาตรการคิวอีของสหรัฐเป็นหลัก” นายอมรเทพ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท