
ส.นักวิเคราะห์ชี้การเมืองทำหุ้นไทยเสี่ยงเพิ่ม
สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หวังปัญหาการเมืองจบในครึ่งปีแรก ช่วยจำกัดผลกระทบที่จะเกิดกับตลาดหุ้นและบจ.
สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หวังปัญหาการเมืองจบในครึ่งปีแรก ช่วยจำกัดผลกระทบที่จะเกิดกับตลาดหุ้นและบจ.
สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ระบุว่า จากสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ จะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงจากการลงทุนมากขึ้น เพราะนอกเหนือจากประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนแล้ว การประเมินมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนในระยะยาวอาจได้รับผลกระทบ เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับต่ำจากการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพ
ทั้งนี้ เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองของไทยมีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งส่งผลให้เกิดความชะงักงันทางเศรษฐกิจ รวมถึงความมั่นใจของผู้ลงทุน ซึ่งหากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ อาจทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ด้วยกัน จะส่งผลให้ขาดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาศักยภาพการผลิต ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวลดลงได้
โดยในมุมมองของนักวิเคราะห์เห็นว่า หากสถานการณ์บ้านเมืองสงบลงภายในกลางปีนี้ และสามารถจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศได้ ผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคธุรกิจอาจอยู่ในวงจำกัด ทั้งนี้ กำไรของบริษัทจดทะเบียนยังคงมีแนวโน้มขยายตัวได้ในอัตราสูงกว่าอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดย ณ ปัจจุบันยังมีการประเมินว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนโดยเฉลี่ยจะขยายตัวได้ในระดับ 8-15% สำหรับปี 2557 ซึ่งเป็นผลจากงานที่อยู่ในมือ (แบ็กล็อค) จากการปรับตัวของผู้ประกอบการและจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักวิเคราะห์ได้ทยอยปรับลดคาดการณ์ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไปตามสถานการณ์ในแต่ละช่วงแล้ว แต่ก็มีโอกาสที่ตัวเลขประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรจะเปลี่ยนแปลงได้อีก โดยมีตัวแปรสำคัญได้แก่ ตัวเลขกำไรปี 2556 ที่กำลังทยอยประกาศ รวมถึงสถานการณ์การเมืองเองว่าจะจบลงได้ภายในไม่เกินกลางปีนี้ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่
สำหรับนักลงทุนนั้น นักวิเคราะห์เห็นว่า ไม่ควรตั้งความหวังสูงกับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เหมือนหลายปีก่อน โดยนักวิเคราะห์ประเมินอัตราผลตอบแทนปี 2557 ไว้เพียงใกล้เคียงกับประมาณการการเติบโตของกำไรที่ 8-13%
นอกจากนี้ ราคาหลักทรัพย์มีความผันผวนสูงขึ้น นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวังในการลงทุน พิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ และติดตามแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทที่ต้องการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ







