posttoday
เอเซอร์จัดหนักอินโดจีนกำลังซื้อดี-ตลาดโตเร็ว

เอเซอร์จัดหนักอินโดจีนกำลังซื้อดี-ตลาดโตเร็ว

19 กุมภาพันธ์ 2557

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“เชื่อมั้ยครับ คนพม่า กัมพูชา ลาว ซื้อสินค้าไอทีสเปกสูงกว่าคนไทยอีก”

บุญพัทธ ชูบรรเจิด หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจอินโดจีน บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ เอ่ยถามประโยคดังกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ดูจริงจัง

เขาเฉลยคำตอบว่า คนพม่า กัมพูชา และลาว ซื้อสินค้าสเปกสูงกว่าไทยจริงๆ หลายครั้งไม่ใช่สูงธรรมดา แต่เป็น “สูงสุด” ด้วย โดยเฉพาะกลุ่มโน้ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะคนไทยมีอุปกรณ์ (Device) หลากหลาย การเลือกซื้อแต่ละครั้ง จึงซื้อแค่พอใช้เท่านั้น ขณะที่คนชาติอื่นมองว่าตนมีกำลังซื้อ หากจะซื้อ ก็ขอดีๆ ไปเลย

“หลายคนอาจคิดว่าประเทศเหล่านี้ดูไม่น่าจะมีกำลังซื้อ แต่เรามองว่าจำนวนประชากรเท่ากับกำลังซื้อ การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานเท่ากับโอกาส ตลาดอินโดจีนเคยมีการใช้สินค้าไอทีอยู่บ้างแล้ว ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เราพบว่าตลาดเติบโตทุกเซ็กเมนต์ ปีละมากกว่า 100% เทียบการเติบโตของเขากับตอนเริ่มตลาดในไทยใหม่ๆ ตลาดเขาโตเร็วกว่าไทยราว 3 เท่า”

หากให้วิเคราะห์พฤติกรรมภาพรวม บุญพัทธมองว่า พฤติกรรมการบริโภคของคนแถบอินโดจีนคล้ายคลึงกับไทย เนื่องจากเสพสื่อต่างๆ จากไทย ความถี่ในการซื้ออุปกรณ์ไอทีชิ้นใหม่ก็ใกล้เคียงกัน การเข้าไปทำตลาดจึงไม่ต้องปรับตัวมากนัก

5 ปีก่อนหน้านี้ เอเซอร์ค่อยๆ รุกตลาดอินโดจีนในฐานะ “เทรดเดอร์” คือส่งสินค้าเข้าไปขาย จากนั้นจึงตั้งตัวแทนจำหน่ายดูแลแต่ละประเทศ โดยให้เป็นทั้งผู้ทำการตลาด สร้างช่องทางการขาย สร้างเครือข่ายผู้บริโภค ตลอดจนทำบริการหลังการขาย

บุญพัทธเสริมว่า สิ่งที่พยายามทำให้แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นที่สุด คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการ หากเป็นสินค้าไอทีของบริษัททั่วไป เมื่อส่งไปยังศูนย์บริการหลังการขาย จะต้องส่งสินค้ากลับมายังประเทศต้นทาง เพื่อดำเนินการซ่อม กว่าจะได้สินค้าคืนต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ แต่เอเซอร์สร้างศูนย์บริการแต่ละประเทศให้มีอุปกรณ์ ครบครัน และนำพนักงานท้องถิ่นมาฝึกอบรมในไทย หรือส่งคนไทยไปฝึกอบรมถึงพื้นที่ เพื่อให้ศูนย์บริการแต่ละประเทศดำเนินการได้เองครบวงจร

ในปีนี้ เอเซอร์จะทยอยรุกตลาดอินโดจีน “ขั้นที่ 2” ด้วยการส่งคนไทยเข้าไปบริหารงานในประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันจะเริ่มตั้งสำนักงานในพม่า และเตรียมทำโมเดลลักษณะเดียวกันต่อไปในกัมพูชาและลาว

“การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริการ การนำวัสดุอุปกรณ์เข้าไปในพื้นที่ การเข้าไปฝึกพนักงานท้องถิ่นด้วยตัวเองแทนการฝึกออนไลน์ และการเข้าไปตั้งสำนักงานเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเราต้องการดำเนินธุรกิจระยะยาว สร้างความภักดีต่อตราสินค้าหรือแบรนด์ ลอยัลตี้ การใกล้ชิดกับคนท้องถิ่นยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าสัมผัสเราได้จริง”

บุญพัทธเสริมว่า เอเซอร์พยายามลงไปให้ถึง “สตรีท เลเวล” คือตกแต่งร้าน ตกแต่งริมถนนโดยรอบให้เป็นสไตล์เอเซอร์ การบริการต้องเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ปรับให้เข้ากับท้องถิ่น (Localization) เข้าไปสอนวิธีการถอดประกอบสินค้าในโรงเรียน คนไทยอาจคิดว่านี่เป็นเรื่องทั่วไป แต่สำหรับบางประเทศ เรื่องเหล่านี้จะทำให้คนท้องถิ่นประทับใจมาก เพราะบางคนยังกังวลว่าซื้อสินค้าไปแล้วจะถูกหลอกไม่มีบริการหลังการขาย

ทั้งนี้ มั่นใจว่าตลาดในอินโดจีนยังเติบโตได้อีกไกล เพราะอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตยังมีช่องว่างอีกมาก ประกอบกับปลายปีนี้ พม่าจะมีผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย พร้อมลดราคาซิมอย่างต่อเนื่อง คนจึงน่าจะหันมาใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ไอทีมากขึ้น แต่คู่แข่งก็น่าจะเพิ่มขึ้นหลังเปิดประชาคมอาเซียน

“สโลแกนของเราในยุคเออีซี คือ Growth by Solid Infrastructure เรามีทีมฟุตบอล กองหน้า กองหลัง ปีกซ้าย ปีกขวา เหมือนฝ่ายขาย ฝ่ายซ่อมบำรุง และอีกมากมาย ทุกฝ่ายต้องพร้อมไปด้วยกันทั้งหมดเป็นโครงข่าย ไม่ใช่แค่ฝ่ายขายอย่างเดียว”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท