posttoday
เจ้าภาพ

เจ้าภาพ

19 กุมภาพันธ์ 2557

วันที่ 19 ก.พ. ถือเป็นอีกวันหนึ่งที่สถานการณ์ในไทยค่อนข้างน่าจับตา และมีแนวโน้มจะมี “ข่าวหนักๆ” ไหลแรงตลอดทั้งวัน แต่เนื่องจากขณะที่ผมเขียนและขณะที่ทุกท่านกำลังอ่านอยู่นี้ ผมยังคงตระเวนอยู่ในประเทศหนึ่งในอาเซียน จึงขอพาทุกท่านสวนกระแสคุยเรื่องเบาๆ ไปกับเรื่อง “กีฬา” ของอาเซียน

วันที่ 19 ก.พ. ถือเป็นอีกวันหนึ่งที่สถานการณ์ในไทยค่อนข้างน่าจับตา และมีแนวโน้มจะมี “ข่าวหนักๆ” ไหลแรงตลอดทั้งวัน แต่เนื่องจากขณะที่ผมเขียนและขณะที่ทุกท่านกำลังอ่านอยู่นี้ ผมยังคงตระเวนอยู่ในประเทศหนึ่งในอาเซียน จึงขอพาทุกท่านสวนกระแสคุยเรื่องเบาๆ ไปกับเรื่อง “กีฬา” ของอาเซียน

กีฬา ถือเป็นสิ่งที่จัดเข้าหมวดหมู่สังคมและวัฒนธรรมก็ได้ เศรษฐกิจก็ดี เพราะเป็นสิ่งที่เข้าถึงวิถีชุมชน พร้อมกับสร้างรายได้และหน้าตาให้ประเทศไปพร้อมกัน

เริ่มต้นจากแง่สังคม มีความพยายามอย่างยิ่งยวดของบรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงด้านกีฬาประเทศต่างๆ ให้บรรจุวาระกีฬาเข้าไปอยู่ในแผนการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (เอเอสซีซี บลูพรินต์)

อย่างไรก็ดี แม้จะยังไม่ได้รับการบรรจุเข้าไปอย่างเป็นทางการ แต่กีฬาก็มีความสำคัญในมิติวัฒนธรรมของอาเซียนมานานแล้ว สังเกตได้จากกีฬาซีเกมส์ครั้งล่าสุดที่พม่า ที่มีการบรรจุกีฬาพื้นบ้านเข้าไปถึง 8 ชนิด เพื่อแสดงนัยของการใช้กีฬาพื้นบ้านเชื่อมโยงประชาคมอาเซียน

ข้ามมาที่แง่เศรษฐกิจ ดูเหมือนจะแตกต่างจากแง่วัฒนธรรมโดยสิ้นเชิง เพราะสิ่งที่สร้างรายได้ให้อุตสาหกรรมกีฬาอาเซียน ไม่ใช่กีฬาพื้นบ้านสักชนิด

แต่เป็นกีฬาตะวันตก เช่น แข่งรถ F1 และกอล์ฟ

ข้อมูลจากบริษัท ดีลอยท์ กลุ่มธุรกิจกีฬา ระบุว่า การแข่งขันรถF1 ถือเป็นการแข่งขันที่ผู้ชมทั่วโลกสนใจมากที่สุดการแข่งขันหนึ่ง เป็นน้องๆ แค่การแข่งขันเวิลด์คัพและโอลิมปิกเกมส์

ด้วยเหตุนี้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย จึงต้องการจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถ F1 กันทั้งสิ้น ทุ่มงบประมาณสร้างสนามกันเต็มที่ ขอให้ได้จัด มีคนดู และสร้างรายได้

เช่นเดียวกัน ในกีฬากอล์ฟนั้น ประเทศต่างๆ ในอาเซียนก็แข่งกันเป็นเจ้าภาพอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในประเทศรายได้สูงและรายได้ปานกลางของภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย คาดการณ์กันว่าทั้งอาเซียนในปีนี้ จะมีสนามกอล์ฟรวมกันไม่ต่ำกว่า 210 สนาม

ในบรรดาอาเซียน สิงคโปร์คือผู้ที่ตั้งเป้าจริงจังที่สุดประเทศหนึ่งในอุตสาหกรรมกีฬา โดยจะจัดสรรงบประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้สิงคโปร์ได้ก้าวเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมกีฬาของภูมิภาค

สิงคโปร์ยังตั้งเป้าจะเป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและบันเทิงที่น่าประทับใจที่สุดในเอเชียภายในปีนี้อีกด้วย และได้สร้างสเตเดียมใหม่ขนาด 5.5 หมื่นที่นั่ง ศูนย์กีฬาทางน้ำขนาด 3,000 ที่นั่ง

สภากีฬา กระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการสนับสนุนสุขภาพ และหน่วยงานอื่นๆ ของสิงคโปร์ ยังช่วยกันสนับสนุนให้ประชาชนในประเทศมีส่วนร่วมในกิจกรรมกีฬามากขึ้น โดยในปี 2558 ประชากร 66% จะต้องมีส่วนร่วมในกีฬาใดกีฬาหนึ่ง

นี่คือตัวอย่างที่ดีของการทุ่มงบประมาณ และพุ่งเป้าสนับสนุนไปทุกด้าน ตั้งแต่การทุ่มงบประมาณด้านเศรษฐกิจ การเป็นเจ้าภาพ การขยายการรองรับด้วยวัตถุ ตลอดจนขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของประชาชนไปพร้อมกัน ไทยเองก็สามารถนำไปเป็นเยี่ยงอย่างได้

อย่างไรก็ตาม ผมไม่ค่อยห่วงเรื่องการเป็นเจ้าภาพของไทยเท่าไหร่นัก

หลายปีมานี้ เห็นเป็นเจ้าภาพกีฬาสีต่อเนื่องทั้งปี ทุกปี ไม่มีวี่แววเลิกสักที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท