
อัตราภาษีใหม่ช่วยใครแน่
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จะใช้คำนวณเพื่อการยื่นแบบเสียภาษีในปี 2557 จะมีการคำนวณ 7 อัตรา ซึ่งแต่เดิมมีเพียง 5 อัตรา ทำให้การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเดิมเสียอัตราสูงสุด คือ ร้อยละ 37 ปัจจุบันจะเหลือเพียงร้อยละ 35
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จะใช้คำนวณเพื่อการยื่นแบบเสียภาษีในปี 2557 จะมีการคำนวณ 7 อัตรา ซึ่งแต่เดิมมีเพียง 5 อัตรา ทำให้การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเดิมเสียอัตราสูงสุด คือ ร้อยละ 37 ปัจจุบันจะเหลือเพียงร้อยละ 35
อัตราภาษีใหม่จะมีการคำนวณ ดังนี้ (1) รายได้สุทธิ 1.5 แสนบาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนเดิม (2) รายได้สุทธิ 150,0013 แสนบาท จากเดิมเสียภาษีร้อยละ 10 เหลือร้อยละ 5 (3) รายได้สุทธิ 300,0015 แสนบาท เสียอัตราเดิม คือ ร้อยละ 10 (4) รายได้สุทธิ 500,0017.5 แสนบาท จากเดิมเสียภาษี 20 เหลือร้อยละ 15 (5) รายได้สุทธิ 750,0011 ล้านบาท เสียอัตราเดิม คือ ร้อยละ 20 (6) รายได้สุทธิ 1,000,0012 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 25 (7) รายได้สุทธิ 2,000,0014 ล้านบาท เสียอัตราเดิม คือ ร้อยละ 30 (8) รายได้สุทธิตั้งแต่ 4 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีร้อยละ 37 เหลือร้อยละ 35
ถ้าจะกล่าวโดยรวม จะมีอยู่ 4 ช่วงของเงินได้สุทธิที่จะเสียภาษีลดลง คือ (1) รายได้สุทธิในช่วง 1.5–3 แสนบาท จะเสียภาษีลดลงสูงสุด 7,500 บาท (2) รายได้สุทธิในช่วง 500,001–7.5 แสนบาท จะเสียภาษีลดลงสูงสุด 1.25 หมื่นบาท (3) รายได้สุทธิในช่วง 1,000,001–2 ล้านบาท จะเสียภาษีลดลงสูงสุด 5 หมื่นบาท (4) คนที่มีรายได้สุทธิเกินกว่า 4 ล้านบาท จะเสียภาษีลดลงเฉลี่ยร้อยละ 5 คือ จากเดิมต้องเสียภาษี 1.075 ล้านบาท อัตราใหม่จะเสียภาษี 1.003 ล้านบาท โดยคนกลุ่มนี้มีประมาณ 2 หมื่นราย
การปรับโครงสร้างภาษีข้างต้น เป็นนโยบายที่รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้เหตุผลว่า เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเป็นธรรมและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ การคำนวณภาษีในอัตราใหม่ แม้จะทำให้รายได้ของรัฐบาลสูญไปกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท แต่เชื่อว่าหลังปรับโครงสร้างภาษีจะช่วยกระตุ้นการบริโภคเพิ่มมากขึ้น อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เร่งดำเนินการปรับการคำนวณอัตราภาษีแบบเร่งด่วน โดยเสนอทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ร่างพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก่อนมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร การถวายร่างพระราชกฤษฎีกาจึงทำให้กฎหมายอยู่ในกระบวนการ และเป็นพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 575) พ.ศ. 2556 กำหนดให้ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2556 ทั้งนี้จะมีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้ปีภาษี 2556 และปีภาษี 2557
หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ต้องนำเรื่องภาษีพิจารณาเป็นการด่วน อาจเป็นเพราะต้องการให้เสร็จทันก่อนการเลือกตั้ง เพื่อเป็นการรักษาฐานเสียง และแสดงให้เห็นว่าได้ทำตามนโยบายที่เคยให้ไว้ในตอนหาเสียงเลือกตั้ง แถมยังเป็นการเอาใจมนุษย์เงินเดือน
หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นก่อน รัฐบาลรักษาการจะก็ไม่สามารถที่จะนำร่างดังกล่าวทูลเกล้าฯ ถวาย เพราะจะขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 181 (3) ที่กำหนดว่า รัฐบาลรักษาการต้องไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป
การลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาน่าจะเป็นผลงานที่ดีของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ถ้าไม่มีเหตุแทรกซ้อนเรื่องการประท้วงของม็อบ กปปส. และเรื่องรัฐบาลไม่มีเงินจ่ายค่าจำนำข้าวให้แก่ชาวนาเสียก่อน แต่น่าจะดีกว่านี้หากรัฐบาลมีความจริงใจที่จะลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยรีบดำเนินการก่อนหน้านี้นานแล้ว ไม่ใช่มาทำในช่วงก่อนการเลือกตั้งเช่นนี้







